ธรรมชาติ ซีฟู้ด ฉลองปีที่ 20 ปรับโฉมสู่ Consumer Seafood Brand เจาะผู้บริโภคไทย
ธรรมชาติ ซีฟู้ด ฉลองครบรอบ 20 ปี ประกาศก้าวจากผู้จัดหาอาหารทะเลให้โรงแรมและร้านอาหาร สู่การเป็น Consumer Seafood Brand ที่ผู้บริโภคไทยเลือกซื้อได้เอง
บริษัท ธรรมชาติ ซีฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้นำเข้าและจัดหาอาหารทะเลให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีกของไทย จัดงาน THAMMACHART SEAFOOD: 20 Years Behind Every Seafood Experience เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม เพื่อฉลองการดำเนินธุรกิจครบ 20 ปี พร้อมประกาศทิศทางใหม่ขององค์กร จากเดิมที่อยู่เบื้องหลังในฐานะผู้จัดหาให้ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร สู่การก้าวขึ้นเป็น Consumer Seafood Brand ที่ผู้บริโภคทั่วไปรู้จักชื่อ เข้าใจที่มาของสินค้า และเลือกซื้อได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นใจ โดยยังคงฐานธุรกิจเดิมที่ทำงานร่วมกับพันธมิตรในวงการอาหารไว้ควบคู่กัน
จากผู้อยู่เบื้องหลังสู่แบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จัก
จูเลียน เซบาสเตียน แกทเทนบี้ เดวีส์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เล่าว่าบริษัทเริ่มต้นจากเคาน์เตอร์อาหารทะเลแห่งแรกเมื่อปี 2550 ก่อนขยายเข้าสู่ครัวร้านอาหาร โรงแรม และครอบครัวไทยทั่วประเทศ เขาระบุว่าก้าวต่อไปของบริษัทจะเป็นการเชื่อมโยงแหล่งวัตถุดิบ เชฟ ร้านอาหาร ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจ E-commerce และร้าน Convenience Store เข้าด้วยกัน เพื่อให้สินค้าอาหารทะเลเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ทั้งวัตถุดิบสด สินค้าพร้อมปรุง และผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน โดยเฉพาะกลุ่ม Smoked Seafood ที่เป็นกำลังสำคัญในการขยายสู่ตลาด Retail และ Convenience Store
ด้านชญาน์ณันท์พัช แกทเทนบี้ เดวีส์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กล่าวว่าแนวคิดที่ไม่เคยเปลี่ยนตลอด 20 ปี คือการเลือกอาหารให้ลูกค้าเสมือนเลือกให้คนในครอบครัวตัวเอง ซึ่งกลายเป็นแก่นของแนวคิด Because we made a promise to our kids และเป็นฐานของภาพลักษณ์ใหม่ที่ต้องการสื่อสารความใส่ใจนี้ให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดขึ้น
ตัวเลขสะท้อนขนาดธุรกิจและบทบาทในวงการอาหาร
ปัจจุบันธรรมชาติ ซีฟู้ด มีจุดจำหน่ายในห้างค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศมากกว่า 170 แห่ง และส่งสินค้าให้ธุรกิจร้านอาหารและ Food Service มากกว่า 850 ราย ครอบคลุมโรงแรมและร้านอาหาร โดยในจำนวนนี้มีร้านอาหารระดับ Michelin Star ในไทยกว่า 30 ร้าน ช่วงปี 2564 ถึง 2568 ปริมาณอาหารทะเลที่บริษัทจำหน่ายคิดเป็นมื้ออาหารราว 14.4 ล้านมื้อ เทียบเท่าปริมาณโปรตีนประมาณ 432 ตัน และโอเมก้า 3 ประมาณ 37.8 ตัน ตามแบบจำลองยอดขายและผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ภาพลักษณ์ใหม่และบทบาท Seafood Coach
ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 20 บริษัทปรับภาพลักษณ์ให้จดจำง่ายขึ้น พร้อมจัดกลุ่มสินค้าตามความต้องการด้านโภชนาการเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Protein Up, Omega Boost, Grow Well และ Live Well รวมถึงติดข้อมูลชนิดสินค้า แหล่งที่มา วิธีประกอบอาหาร และ QR code ภายใต้แนวคิด Know Your Seafood ให้ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เอง นอกจากนี้ยังยกระดับทีมหน้าร้านให้เป็น Seafood Coach ที่ให้คำแนะนำเรื่องส่วนตัดและวิธีเตรียมอาหารให้เหมาะกับแต่ละมื้อ ไม่ใช่เพียงขายสินค้าเท่านั้น
งานครั้งนี้ยังมีช่วง Nutrition and Healthy Living Talk โดยครอบครัว IceBank Diary ไอซ์ ณพัชรินทร์ และแบงค์ อธิกิตติ์ ร่วมพูดคุยกับอาจารย์ ดร.ฐนิต วินิจจะกูล อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงการเลือกอาหารให้เหมาะกับสมาชิกต่างวัยในบ้าน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าปลาและอาหารทะเลเป็นวัตถุดิบที่นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย และผู้บริโภคควรพิจารณาทั้งคุณค่าทางอาหารและแหล่งที่มาควบคู่กัน
ข่าวนี้น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารที่ใช้อาหารทะเลเป็นวัตถุดิบหลักในการจัดเมนู รวมถึงผู้บริโภคทั่วไปที่มองหาข้อมูลแหล่งที่มาของอาหารทะเลเพื่อเลือกซื้อได้มั่นใจมากขึ้น