วิทยาลัยพระมหาไถ่ หนองคาย เปิดศูนย์ฝึกอาชีพ barista เพื่อคนพิการ
วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย เปิดศูนย์ฝึกอาชีพ barista ปรับพื้นที่รองรับผู้ใช้วีลแชร์ หวังสร้างอาชีพยั่งยืนให้คนพิการ
วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดศูนย์ฝึกอาชีพ barista สำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหว ภายใต้โครงการศูนย์อาชีพคนพิการเพื่อความยั่งยืน โดยปรับปรุงเคาน์เตอร์บาร์และพื้นที่ปฏิบัติงานให้เหมาะกับผู้ใช้วีลแชร์ เป้าหมายคือให้คนพิการมีทักษะวิชาชีพที่นำไปสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้จริง
ออกแบบพื้นที่ฝึกปฏิบัติเพื่อผู้ใช้วีลแชร์โดยเฉพาะ
นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการวิทยาลัย เปิดเผยว่าวิทยาลัยต้องการสร้างโอกาสที่มากกว่าการให้ความช่วยเหลือ จึงพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพ barista ขึ้นเป็นพื้นที่เรียนรู้และค้นหาศักยภาพของผู้พิการ อุปกรณ์และเคาน์เตอร์ถูกออกแบบให้ใกล้เคียงกับสภาพการทำงานจริง เพื่อลดข้อจำกัดทางกายภาพและให้ผู้เรียนฝึกทักษะได้อย่างเต็มที่
ธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง ทำให้อาชีพ barista มีความต้องการในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น ขณะที่คนพิการทางการเคลื่อนไหวยังเข้าถึงสถานที่ฝึกงานที่เอื้อต่อการทำงานได้ยาก โครงการนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่ฝึกงานที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้วีลแชร์โดยเฉพาะ
หลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่ชงกาแฟถึงบริหารร้าน
หลักสูตรฝึกอบรมครอบคลุมพื้นฐานความรู้ด้านกาแฟ การใช้เครื่องชงกาแฟระดับพาณิชย์ การสกัดกาแฟ และการจัดทำเมนูเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังฝึกทักษะด้านบริการและบริหารจัดการร้าน เช่น การรับออเดอร์ การควบคุมต้นทุน การบริหารสต็อก และการใช้ระบบจัดการหน้าร้าน ผู้เรียนจึงมีทั้งทักษะการชงเครื่องดื่มและความรู้ด้านธุรกิจที่นำไปประกอบอาชีพอิสระหรือเป็นผู้ประกอบการรายย่อยได้
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| หน่วยงานดำเนินโครงการ | วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี |
| สถานที่ | จังหวัดหนองคาย |
| ผู้อำนวยการวิทยาลัย | นายชิด สุขหนู |
| ชื่อโครงการ | ศูนย์อาชีพคนพิการเพื่อความยั่งยืน หลักสูตรฝึกอบรมคนพิการสู่อาชีพ barista |
| กลุ่มเป้าหมาย | คนพิการทางการเคลื่อนไหว ผู้ใช้วีลแชร์ |
| แนวทางต่อยอด | พัฒนาเป็น Social Enterprise ขนาดย่อม |
ต่อยอดสู่ Social Enterprise หนุนรายได้หมุนเวียน
นายชิด กล่าวว่าหัวใจของโครงการคือทำให้ศูนย์ดำเนินงานต่อได้หลังสิ้นสุดการฝึกอบรม วิทยาลัยจึงวางแนวทางพัฒนาศูนย์ให้เป็น Social Enterprise ขนาดย่อม เปิดให้นักศึกษาคนพิการฝึกปฏิบัติงานจริงตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการบริหารรายได้
รายได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มจะนำกลับมาเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับจัดซื้อวัตถุดิบ สนับสนุนการฝึกอบรมรุ่นต่อไป รวมถึงเป็นทุนการศึกษาและค่าตอบแทนให้นักศึกษาที่เข้าฝึกงาน วิทยาลัยตั้งเป้าพัฒนาศูนย์แห่งนี้ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบด้านธุรกิจกาแฟสำหรับคนพิการในภูมิภาค
ข่าวนี้น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านกาแฟและโรงแรมที่มองหาแนวทางจ้างงานคนพิการ รวมถึงคนทำงานด้าน CSR และผู้สนใจสนับสนุนโครงการพัฒนาอาชีพที่ยั่งยืน