มหาวิทยาลัยทักษิณจัดงานครบรอบ 58 ปี ณ สงขลา มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมสังคม
มหาวิทยาลัยทักษิณจัดงานครบรอบ 58 ปี ณ วิทยาเขตสงขลา พร้อมประกาศทิศทางยกระดับหลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสร้างนวัตกรรมสังคมสู่มาตรฐานนานาชาติ
มหาวิทยาลัยทักษิณ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร นิสิต และศิษย์เก่า ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 58 ปี ภายใต้ชื่อ TSU Golden Time และแนวคิด ข้ามเส้นขอบฟ้า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ หอเปรมดนตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงเส้นทางการเติบโตของสถาบันตลอด 58 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเชิดชูเกียรติผู้สร้างคุณูปการและสานต่อความผูกพันของประชาคมมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการประกาศทิศทางการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และกำลังคน เพื่อขับเคลื่อนสถาบันสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมระดับแนวหน้าของประเทศและก้าวสู่มาตรฐานระดับนานาชาติ
บรรยากาศงานฉลอง 58 ปี และการเชิดชูเกียรติประชาคมมหาวิทยาลัย
ภายในงานที่หอเปรมดนตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา เปิดพื้นที่ต้อนรับผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิตปัจจุบัน และศิษย์เก่าให้มาร่วมแบ่งปันความทรงจำและความภาคภูมิใจที่มีต่อสถาบัน กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการแสดงชุด TSU Golden Time ซึ่งรังสรรค์โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางและอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ถัดมาเป็นพิธีมอบรางวัลเกียรติยศเพื่อยกย่องศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันผู้สร้างชื่อเสียง ตลอดจนการมอบรางวัล TSU Loyalty และรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องครบ 25 ปี
นอกเหนือจากพิธีการอันทรงเกียรติ ภายในงานยังเปิดเวทีให้นิสิตได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการประกวด TSU Got Talent 2026 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมให้นิสิตได้พัฒนาทักษะรอบด้านและกล้าแสดงออกในพื้นที่สร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัย ก่อนจะปิดท้ายงานด้วยการแสดงดนตรีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขและความผูกพันให้แก่ผู้ร่วมงานทุกภาคส่วน
ทิศทางการขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมชั้นนำ
ช่วงสำคัญของงานคือการแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ข้ามเส้นขอบฟ้า TSU Golden Time โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งได้นำเสนอแนวคิด สานต่อ ก่อเพิ่ม เติมเต็ม สู่คุณภาพใหม่ของการเติบโต เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารและพัฒนาสถาบันในระยะต่อไป อธิการบดีได้เน้นย้ำว่าช่วงเวลานี้คือจังหวะสำคัญของการสร้างประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มหาวิทยาลัยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน การก้าวเข้าสู่ปีที่ 59 จึงมุ่งเน้นการต่อยอดรากฐานความสำเร็จเดิมควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสใหม่ในทุกมิติ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมระดับแนวหน้าของประเทศ สถาบันได้วางแนวทางการดำเนินงานที่เชื่อมโยงการจัดการศึกษา การดูแลผู้เรียน และการวิจัยเชิงพื้นที่เข้าด้วยกัน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าวอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างประชาคมมหาวิทยาลัย ชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ โดยมีแนวทางหลักที่สำคัญดังต่อไปนี้
- การพัฒนาหลักสูตรเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต: ออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้และทักษะตามความสนใจรวมถึงเป้าหมายของตนเองได้อย่างเต็มที่ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคต
- การดูแลและส่งเสริมศักยภาพนิสิตอย่างรอบด้าน: ยกระดับระบบการดูแลสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของนิสิต ควบคู่กับการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและการบ่มเพาะสมรรถนะยุคใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิตก้าวไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม
- การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่: มุ่งสร้างองค์ความรู้และผลักดันผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยนำจุดแข็งและอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาผสานเข้ากับมาตรฐานระดับนานาชาติ เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
ข้อมูลการจัดงานและประโยชน์ต่อภาคธุรกิจบริการ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่องาน | 58 ปี มหาวิทยาลัยทักษิณ TSU Golden Time |
| แนวคิดการจัดงาน | ข้ามเส้นขอบฟ้า และ สานต่อ ก่อเพิ่ม เติมเต็ม สู่คุณภาพใหม่ของการเติบโต |
| วันที่จัดงาน | 16 ตุลาคม 2569 |
| สถานที่จัดงาน | หอเปรมดนตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา |
| หน่วยงานผู้จัด | มหาวิทยาลัยทักษิณ |
ทิศทางการก้าวสู่ปีที่ 59 ของมหาวิทยาลัยทักษิณนับเป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานโรงแรมและผู้ประกอบการธุรกิจบริการในจังหวัดสงขลาและภาคใต้ ที่สามารถต่อยอดความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะบุคลากรและการเรียนรู้ตลอดชีวิตร่วมกับสถาบันการศึกษา ขณะเดียวกัน ผู้จัดงานและเครือข่ายภาคเอกชนสามารถติดตามการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมระดับภูมิภาค ส่วนนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเดินทางเยือนจังหวัดสงขลาจะได้เห็นการยกระดับพื้นที่และชุมชนท้องถิ่นผ่านงานวิจัยและนวัตกรรมสังคมที่ช่วยสร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจในระยะยาว