มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เปิดตัว application IE Fall Risk ประเมินความเสี่ยงหกล้ม
คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พัฒนา application IE Fall Risk ประเมินความเสี่ยงการหกล้มของผู้สูงอายุและสภาพบ้าน 44 ข้อบน iOS และ Android
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จารุภา เลขทิพย์ อาจารย์ประจำหลักสูตรกายภาพบำบัด สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ร่วมกับศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย (MoveSE) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมสารสนเทศซึ่งมี รองศาสตราจารย์ ดร.ชาลี แก้วรัตน์ เป็นหัวหน้าศูนย์ ได้เปิดตัว application ชื่อ IE Fall Risk สำหรับประเมินและป้องกันความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ นวัตกรรมนี้พัฒนาขึ้นเพื่อลดข้อจำกัดการเดินทางไปรับบริการที่สถานพยาบาล โดยรวมแบบประเมินสภาพร่างกายและแบบสำรวจสภาพแวดล้อมในบ้านเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมประมวลผลคำแนะนำเฉพาะบุคคลทันทีหลังกรอกข้อมูล ปัจจุบันได้เริ่มทดลองใช้งานจริงกับกลุ่มผู้สูงอายุและบุคลากรสุขภาพในอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถ download ไปใช้งานได้แล้วบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
การผสานแบบประเมินร่างกายและสภาพแวดล้อม 44 ข้อไว้ในระบบเดียว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จารุภา เลขทิพย์ เปิดเผยว่า ปัญหาการหกล้มในผู้สูงอายุส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต เพราะนำไปสู่อาการบาดเจ็บ กระดูกหัก ความพิการ ตลอดจนสร้างภาระให้แก่ครอบครัวและระบบสาธารณสุข สาเหตุของความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากสภาพร่างกายเพียงด้านเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน เช่น พื้นลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ และสิ่งกีดขวางทางเดิน ขณะที่รูปแบบการประเมินความเสี่ยงแบบเดิมมักต้องดำเนินการโดยบุคลากรในสถานพยาบาล จึงทำให้การเข้าถึงของประชาชนในระดับชุมชนยังมีข้อจำกัด
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว คณะนักวิจัยจึงพัฒนา application ชื่อ IE Fall Risk ที่รวบรวมการประเมินความเสี่ยงทั้ง 2 ด้านไว้ในระบบเดียวอย่างครบถ้วน ส่วนแรกเป็นการประเมินสภาพร่างกายตามแบบประเมิน Stay Independent Brochure ฉบับภาษาไทย และส่วนที่ 2 เป็นการสำรวจสภาพแวดล้อมภายในบ้านตามแบบประเมิน Thai-HFHAT จำนวน 44 ข้อ เมื่อผู้ใช้งานกรอกข้อมูลครบตามขั้นตอน ระบบจะประมวลผลและแสดงคำแนะนำในการลดความเสี่ยงเฉพาะบุคคลขึ้นมาทันที
ผลการทดสอบในจังหวัดนครศรีธรรมราชและแผนพัฒนาต่อยอด
จุดเด่นของ IE Fall Risk คือความสะดวกและความแม่นยำ โดยผ่านการทดสอบความสะดวกในการใช้งานตามเกณฑ์ System Usability Scale ด้วยคะแนนเฉลี่ยระดับดีเยี่ยมที่ 85.2 คะแนน และมีความเชื่อมั่นในการประเมินซ้ำอยู่ในเกณฑ์ดี เครื่องมือนี้ช่วยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และบุคลากรสุขภาพสามารถคัดกรองกลุ่มเสี่ยง จัดลำดับการดูแล และวางแผนปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น หลังจากเริ่มใช้งานจริงในพื้นที่อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว คณะนักวิจัยมีแผนขยายพื้นที่ทดลองใช้งานไปยังชุมชนอื่นเพิ่มเติม
สำหรับการดำเนินงานขั้นต่อไป คณะผู้วิจัยเตรียมพัฒนาการใช้งานให้เหมาะกับผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มขนาดตัวอักษร การใส่ระบบเสียงบรรยาย และการจัดทำสื่อ video แนะนำการใช้งาน พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพื่อเตรียมจดแจ้งลิขสิทธิ์ computer program และยื่นขออนุสิทธิบัตร ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ พ.ศ. 2568) ร่วมกับศูนย์วิจัย MoveSE หลักสูตรกายภาพบำบัด สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ และหน่วยงานเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| วันที่เผยแพร่ข้อมูล | 16 ตุลาคม เวลา 15:23 น. |
| หน่วยงานเจ้าของผลงาน | มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ |
| พื้นที่ทดลองใช้งานจริง | อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช |
| คะแนนความสะดวกในการใช้งาน (System Usability Scale) | 85.2 คะแนน |
| แบบประเมินสภาพแวดล้อม (Thai-HFHAT) | 44 ข้อ |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับ | iOS และ Android |
ข่าวนวัตกรรมนี้มีความน่าสนใจสำหรับคนทำงานโรงแรมและผู้ดูแลที่พักซึ่งสามารถนำเกณฑ์การสำรวจสภาพแวดล้อม 44 ข้อไปประยุกต์ตรวจสอบความปลอดภัยของห้องพัก เช่น ความสว่างและพื้นผิวทางเดิน เพื่อรองรับผู้เข้าพักสูงวัย ด้านผู้จัดงานที่ดูแลกิจกรรมสำหรับครอบครัวหรือผู้สูงอายุสามารถใช้เป็นแนวทางจัดเตรียมสถานที่ให้ปราศจากสิ่งกีดขวาง ขณะที่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่มีผู้สูงอายุในครอบครัวสามารถ download มาใช้ประเมินความพร้อมของร่างกายและปรับปรุงบ้านพักให้ปลอดภัยได้ด้วยตนเอง