ภาคท่องเที่ยวหนุนทบทวนภาษีเดินทาง ชี้ต้องตอบชัดเก็บทำไม เก็บเมื่อไร เก็บอย่างไร
ภาคท่องเที่ยวเสนอทบทวนภาษีเดินทางออกนอกประเทศ ให้ตอบชัดเก็บทำไม เก็บเมื่อไร เก็บอย่างไร หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 4.12%
หลังภาครัฐชะลอแผนจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ นายโชติช่วง ศูรางกูร ที่ปรึกษาสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด ออกมาระบุเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ว่าเป็นโอกาสดีที่ทุกฝ่ายจะกลับมาทบทวนภาระค่าใช้จ่ายของผู้เดินทางทั้งระบบ ท่ามกลางต้นทุนด้านพลังงานและการบินที่ยังทรงตัวในระดับสูง และสภาพการแข่งขันที่ทำให้ผู้ประกอบการผลักต้นทุนไปยังลูกค้าได้จำกัด
เก็บทำไม เก็บเมื่อไร เก็บอย่างไร สามคำถามที่ต้องตอบก่อนเดินหน้า
นายโชติช่วงเสนอว่า ก่อนจะมีการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมใดที่เกี่ยวกับการเดินทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตอบให้ชัดเจนสามคำถาม ได้แก่ เก็บทำไม เก็บเมื่อไร และเก็บอย่างไร ตั้งแต่วัตถุประสงค์ของการจัดเก็บ ช่วงเวลาที่เหมาะสม รูปแบบการจัดเก็บ ไปจนถึงแนวทางการนำรายได้ไปใช้และตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้
เขาย้ำว่าผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้มีเพียงนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่เดินทางไปทำงาน เรียนต่อ ติดต่อธุรกิจ หรือเยี่ยมครอบครัว ซึ่งมีความจำเป็นและกำลังจ่ายต่างกัน การพิจารณาภาระใหม่จึงควรดูทั้งรายได้ที่จะเก็บได้และผลกระทบต่อการเดินทางไปพร้อมกัน หากในอนาคตมีการนำภาษีเดินทางออกนอกประเทศกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ควรออกแบบให้สอดคล้องกับความสามารถในการจ่ายของแต่ละกลุ่ม พร้อมกำหนดข้อยกเว้นที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและความสามารถในการแข่งขันของภาคท่องเที่ยวไทย
ส่วนค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นมาตรการคนละเรื่องกับภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หากจะจัดเก็บ ก็ควรกำหนดกลุ่มผู้ชำระ วัตถุประสงค์ และการใช้รายได้ให้ชัดเจนเช่นกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เดินทางและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม
ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะท้อนแรงกดดันรอบด้าน
นายโชติช่วงกล่าวว่าภาคท่องเที่ยวไทยยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน ต้นทุนการบิน และการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังคงเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีไว้ ทำให้ช่วงปลายปีนี้ยังเป็นช่วงสำคัญของอุตสาหกรรม
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| วันที่เผยแพร่ข้อมูล | 26 ตุลาคม 2569 |
| ช่วงเวลาสะสมนักท่องเที่ยวต่างชาติ | 1 มกราคม ถึง 17 ตุลาคม 2569 |
| จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม | 24.42 ล้านคน (ลดลง 4.12% จากปีก่อน ประมาณ 1 ล้านคน) |
| เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2569 | ประมาณ 33 ล้านคน (ตั้งโดย ททท.) |
| หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง | สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว, บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) |
แม้ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลด้านการท่องเที่ยวขาเข้า ซึ่งต่างจากภาษีเดินทางออกนอกประเทศที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางขาออก แต่ภาพรวมนี้สะท้อนแรงกดดันด้านความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ การพิจารณาภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใดก็ตามจึงควรมองผลกระทบต่อระบบการเดินทางและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างรอบด้าน
จับมือพันธมิตรการเงิน ลดแรงกดดันด้านราคา
ด้วยการแข่งขันด้านราคาที่ทำกำไรได้ยากขึ้น บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด จึงทำงานร่วมกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยฐานสมาชิกและช่องทางการสื่อสารของบัตรกรุงไทยช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่สนใจเดินทางได้ตรงจุดมากขึ้น พร้อมเพิ่มทางเลือกด้านการชำระเงินและสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา
นายโชติช่วงกล่าวทิ้งท้ายว่า ในภาวะที่ต้นทุนสูงขึ้นแต่ธุรกิจไม่สามารถผลักต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด การแข่งขันไม่ควรอยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการต้องสร้างทั้งความคุ้มค่า ความสะดวก และข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า การมีพันธมิตรที่ช่วยเพิ่มช่องทางตลาดและทางเลือกการชำระเงินจึงเป็นอีกส่วนสำคัญของการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ข่าวนี้น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสายการบินที่ต้องวางแผนต้นทุนรองรับนโยบายภาษีในอนาคต รวมถึงคนทำงานโรงแรมและผู้จัดงานที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนนักเดินทางทั่วไปที่ต้องติดตามว่าภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรในระยะต่อไป