TOPS ดันสินค้า SME ไทยสู่ 1,000 รายการในปี 2569 จัดงานที่ Central Pinklao
TOPS ฉลองครบ 4 ปีโครงการ TOPS TONGTIN ตั้งเป้าขยายสินค้า SME ไทยครบ 1,000 รายการในปี 2569 พร้อมมอบ 12 รางวัลผู้ประกอบการดีเด่น ณ Central Pinklao
TOPS ภายใต้การบริหารของบริษัท Central Food Retail จำกัด ในเครือ Central Retail ร่วมกับธนาคารออมสินและเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน TOPS TONGTIN Open House ครั้งที่ 4 ณ ศูนย์การค้า Central Pinklao เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เพื่อฉลองครบรอบ 4 ปีโครงการ TOPS TONGTIN ภายใต้แนวคิด LOCAL DISCOVERIES ภายในงานมีการมอบรางวัล TOPS TONGTIN SME Awards จำนวน 12 รางวัลเป็นครั้งแรก เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการ SME ไทยที่มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ พร้อมกันนี้ โครงการได้ตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้ประกอบการให้มากกว่า 180 ราย และเพิ่มรายการสินค้าท้องถิ่นทะลุ 1,000 รายการ เพื่อผลักดันยอดขายรวมให้เติบโตกว่า 30% ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท Central Food Retail จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจ modern trade มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SME เข้ากับผู้บริโภคในวงกว้าง โดยข้อมูลจากวิจัยกรุงศรีคาดการณ์ว่าตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ของไทยจะเติบโตเฉลี่ย 3% ถึง 3.5% ต่อปีในช่วงปี พ.ศ. 2570 ถึง พ.ศ. 2571 ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โครงการได้นำประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีกกว่า 60 ปีมาช่วยผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้า ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และขยายช่องทางจำหน่าย สำหรับทิศทางในระยะ 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า โครงการมุ่งสู่การเป็น Growth Partner ตามกลยุทธ์ 12 Missions to Sustainable Retail และแนวคิด Small Acts Together โดยเตรียมพัฒนาสินค้าสูตรเฉพาะ ศึกษารูปแบบร้าน Standalone และ Hybrid Store รวมถึงผลักดันสินค้าไทยอย่างน้อย 100 รายการส่งออกสู่มากกว่า 12 ประเทศ
ผลงานการเติบโตและการขยายตลาดต่างประเทศในปี พ.ศ. 2569
ด้าน Brian Hill ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและพันธมิตรระหว่างประเทศ บริษัท Central Food Retail จำกัด กล่าวว่า โครงการสร้างยอดขายเติบโตระดับ 2 หลักอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2569 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน มียอดขายเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 169 รายจากกว่า 40 จังหวัด คิดเป็นสินค้ากว่า 940 รายการที่วางจำหน่ายผ่าน TOPS ทุก format กว่า 110 สาขา และ TOPS Daily กว่า 550 สาขาทั่วประเทศ ส่วนการส่งออกที่เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2568 จาก 3 ประเทศ ได้ขยายสู่กว่า 5 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ได้แก่ จีน พม่า Singapore Philippines และ Hong Kong โดยมีผู้ประกอบการกว่า 10 ราย เช่น We Chips, Jello Boom และ Gin ที่วางจำหน่ายในต่างประเทศแล้ว และเตรียมผลักดันเพิ่มอีกกว่า 10 brand พร้อมศึกษาการขยายตลาดสู่สหราชอาณาจักร
ข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้ซื้อชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ข้อมูลการจำหน่ายในปี พ.ศ. 2569 สะท้อนว่าสินค้าท้องถิ่นของไทยขยายโอกาสจากกลุ่มอาหารสู่ตลาด Health and Beauty มากขึ้น โดย 5 หมวดสินค้าขายดีได้แก่ อาหารบรรจุภัณฑ์อย่าง protein bar ของ Fruitbound และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องปรุงอาหารอย่างป้อเจ้าและรสมือนาง ของที่ระลึกจาก Think of Thailand ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมถึงอาหารสดประเภทผลิตภัณฑ์นมและ yogurt ทั้งนี้ สินค้าในโครงการราว 30% เป็นสินค้า exclusive ที่จำหน่ายเฉพาะที่ TOPS เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ลูกค้าชาวไทยนิยมซื้อสินค้าขนาดเล็กหรือราคา promotion เพื่อทดลองชิมก่อนซื้อซ้ำ เช่น น้ำพริกป้อเจ้า และจั๊บเส้นสยาม ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจของที่ระลึก เครื่องดื่มอัดลม ขนม และ chocolate ที่มีเอกลักษณ์ไทย โดยสาขาที่มียอดขายโดดเด่นคือ TOPS Food Hall ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย ชลบุรี และเชียงใหม่
รายละเอียดการจัดงานและช่องทางจำหน่าย
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| งานกิจกรรมและรางวัล | TOPS TONGTIN Open House ครั้งที่ 4 และรางวัล TOPS TONGTIN SME Awards จำนวน 12 รางวัล |
| วันที่เผยแพร่ข้อมูล | 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 12:11 น. |
| สถานที่จัดงาน | ศูนย์การค้า Central Pinklao |
| เครือข่ายสาขาที่จำหน่าย | TOPS ทุก format กว่า 110 สาขา และ TOPS Daily กว่า 550 สาขา |
| สาขาเด่นในเมืองท่องเที่ยว | TOPS Food Hall ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย ชลบุรี และเชียงใหม่ |
ข่าวนี้น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้จัดงานและคนทำงานโรงแรมที่กำลังมองหาแหล่งคัดสรรสินค้าชุมชนคุณภาพสูง อาหารแปรรูป หรือของที่ระลึกที่มีอัตลักษณ์ไทยเพื่อนำไปใช้ต้อนรับแขกผู้เข้าพักและผู้ร่วมงานสัมมนา ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเลือกซื้อของฝากและสินค้าท้องถิ่นได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านสาขาในเมืองท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศ การเชื่อมโยงผู้ผลิตท้องถิ่นเข้ากับช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่จึงช่วยสนับสนุนทั้งภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน