บีโอไอจัดงาน Thailand-Japan Investment Forum 2026 หนุน MICE ประเทศไทย
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจัดงานประชุมระดับนานาชาติ ดึงนักลงทุนกว่า 700 รายเข้าร่วมงาน พร้อมผลักดันศักยภาพ MICE ประเทศไทย ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จับมือกับองค์กรพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ JETRO ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย EXIM BANK ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคาร SMBC จัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ Thailand-Japan Investment Forum 2026 ขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรม Siam Kempinski Hotel Bangkok การจัดงานครั้งนี้มีผู้บริหารและนักลงทุนจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมรับฟังข้อมูลกว่า 700 ราย ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่จัดควบคู่ไปกับการประชุมระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการลงทุนและต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นการแสดงศักยภาพความพร้อมของอุตสาหกรรม MICE ประเทศไทย ในการรองรับงานประชุมระดับนานาชาติ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่องาน | Thailand-Japan Investment Forum 2026 |
| วันที่จัดงาน | 7 ตุลาคม 2569 |
| สถานที่ | Siam Kempinski Hotel Bangkok |
| จำนวนผู้เข้าร่วม | กว่า 700 ราย |
วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจและการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย
งานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานและร่วมบรรยายวิสัยทัศน์ในหัวข้อการสร้างความเป็นพันธมิตรด้านการลงทุน รัฐบาลไทยได้ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านยุทธศาสตร์ที่เน้นการลงทุนคุณภาพสูง โดยมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมเด่น เช่น ยานยนต์แห่งอนาคต การแพทย์และสุขภาพ เกษตรอัจฉริยะ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประเทศไทยมีจุดแข็งในการเป็นผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนต่างชาติมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย นอกจากการลงทุนในอุตสาหกรรมหลักแล้ว ทั้งสองประเทศยังมีแผนต่อยอดความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาพลังงานสะอาด และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นยังคงรั้งตำแหน่งกลุ่มนักลงทุนที่สำคัญที่สุดของไทย โดยในช่วงห้าปีที่ผ่านมามีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1,380 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 396,500 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ และเคมีภัณฑ์ ทาง BOI จึงเตรียมมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ Smart & Sustainable Industry เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในสายการผลิต ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาด และการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร
ผนึกกำลังตลาดทุนและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
ทางด้านองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JETRO ได้เน้นย้ำถึงทิศทางการลงทุนของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยที่มุ่งสู่ความยั่งยืนเป็นหลัก โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งภาคยานยนต์ได้นำกลยุทธ์แบบ Multi-Pathway มารองรับความต้องการของตลาดได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ JETRO ยังพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทไทย เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Green Transformation ตลอดจน Digital Transformation และ Automation Transformation เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในภูมิภาค
ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจผ่านกลไกตลาดทุน โดยพร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อขยายกิจการผ่านกระดานเทรดอย่าง SET รวมถึง mai และ LiVEx โครงการสำคัญที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงในห้องประชุมสัมมนาคือโครงการ BOI to IPO ซึ่งช่วยผลักดันให้ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่สามารถระดมทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG หรือสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล การจัดงานในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งของทุกภาคส่วน
ข่าวนี้น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้จัดงานประชุมระดับสากล ผู้ประกอบการในแวดวง MICE ประเทศไทย และคนทำงานโรงแรม เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของสถานที่จัดงานและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย รวมไปถึงนักลงทุนและนักธุรกิจที่กำลังมองหาโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือต่อยอดความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับองค์กรชั้นนำ