ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ โรงแรม ท่องเที่ยว MICE แพ็กเกจลงข่าว · ส่งข่าวฟรี · เข้าระบบ ไทย EN
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
โรงแรม ท่องเที่ยว MICE ประชุมสัมมนา อาหารและร้านอาหาร อีเวนต์ ธุรกิจการตลาด การเงินการธนาคาร เทคโนโลยี สุขภาพความงาม ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา

Liangzhu Forum ครั้งที่ 4 ณ นครหางโจว ชูแนวทางท่องเที่ยวมรดกโลกยั่งยืน

การประชุม Liangzhu Forum ครั้งที่ 4 ณ นครหางโจว เปิดเวทีเชื่อมโยงการอนุรักษ์โบราณสถานอายุ 5,000 ปี เข้ากับการท่องเที่ยวมรดกโลกอย่างยั่งยืน

Liangzhu Forum ครั้งที่ 4 ณ นครหางโจว ชูแนวทางท่องเที่ยวมรดกโลกยั่งยืน

คณะกรรมการจัดการประชุม Liangzhu Forum ครั้งที่ 4 เปิดงานประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับนานาชาติเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ แหล่งโบราณคดี Liangzhu Site เขตอวี่หาง นครหางโจว ทางภาคตะวันออกของประเทศจีน โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากจีนและต่างชาติเข้าร่วมจำนวนมาก งานครั้งนี้จัดขึ้นในวาระครบรอบ 90 ปีของการค้นพบแหล่งโบราณคดีสำคัญ ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงอดีตสู่อนาคตเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในยุคปัจจุบัน ภายในงานประกอบด้วยพิธีเปิด การประชุมหลัก เวทีประชุมย่อย 5 เวที และกิจกรรมสนับสนุน 5 รายการ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านโบราณคดีและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

รายละเอียดข้อมูล
ชื่องานการประชุมนานาชาติ Liangzhu Forum ครั้งที่ 4
วันที่เริ่มงาน18 ตุลาคม พ.ศ. 2569
สถานที่จัดงานแหล่งโบราณคดี Liangzhu Site เขตอวี่หาง นครหางโจว ประเทศจีน
หน่วยงานผู้จัดLiangzhu Forum Organizing Committee
รูปแบบการจัดงานการประชุมหลัก การประชุมย่อย 5 เวที และกิจกรรมสนับสนุน 5 รายการ

จากแหล่งอารยธรรมโบราณ 5,000 ปี สู่กลไกความร่วมมือระดับนานาชาติ

ย้อนไปเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน ชาวเมืองโบราณในพื้นที่นี้ได้สร้างเมืองขนาดใหญ่และพัฒนาอารยธรรมการทำนาข้าวอันรุ่งเรือง จนกระทั่งพื้นที่ Archaeological Ruins of Liangzhu City ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2562 ปัจจุบันโบราณสถานแห่งนี้ได้พัฒนาจากแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีสู่เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรมระดับสากล ตลอดการจัดงาน Liangzhu Forum ทั้ง 3 ครั้งนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง Belt and Road Initiative มีผู้เข้าร่วมงานแล้วกว่า 1,300 คน จาก 115 ประเทศและภูมิภาค พร้อมทั้งได้รับการบรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีนเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและการจัดนิทรรศการโบราณวัตถุร่วมกัน

เจาะลึก 5 เวทีเสวนาย่อยและกิจกรรมสร้างสรรค์เชื่อมโยงมรดกโลก

ภายในเวทีการประชุมหลักมีการกล่าวสุนทรพจน์สำคัญ พิธีลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศ และการเผยแพร่ผลวิจัยว่าด้วยต้นกำเนิดอารยธรรมลุ่มแม่น้ำแยงซี ส่วนการประชุมย่อยทั้ง 5 เวทีได้รวบรวมนักวิชาการมาร่วมหารือตั้งแต่การศึกษาอารยธรรมยุคแรก การเสนอชื่อแหล่งมรดกโลก การใช้นวัตกรรมสมัยใหม่อนุรักษ์โบราณสถาน การส่งคืนโบราณวัตถุที่สูญหาย ไปจนถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแหล่งมรดกอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนับสนุนที่นำศิลปิน 25 คน จาก 14 ประเทศ ลงพื้นที่แหล่งมรดกโลก UNESCO ในนครหางโจว ได้แก่ Archaeological Ruins of Liangzhu City ทะเลสาบซีหู และคลองใหญ่ต้าอวิ้นเหอ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ พร้อมด้วยตลาดสินค้าวัฒนธรรมที่ผสานงานหัตถศิลป์เข้ากับ AI และเวทีเสวนาเยาวชนร่วมกับคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศจีน

ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่มรดกโลกควบคู่เศรษฐกิจชุมชนและนวัตกรรม VR

พื้นที่ Liangzhu Cultural Corridor ยังได้รับการพัฒนาให้เป็นต้นแบบของการผสานงานอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อลดปัญหาการปิดกั้นพื้นที่จนขาดการเชื่อมโยงกับสังคมหรือการพัฒนาที่มากเกินไปจนทำลายโบราณสถาน โครงการนี้ใช้ซากเมืองโบราณเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงแหล่งประวัติศาสตร์ เมืองโบราณ หมู่บ้าน และอุทยานสร้างสรรค์เข้าด้วยกันเพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสินค้าที่ต่อยอดลวดลายจากเครื่องหยกโบราณ และสัมผัสบรรยากาศเมืองโบราณเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อนได้อย่างสมจริงผ่านระบบ VR

แนวทางการจัดงานและบริหารพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้จัดงาน คนทำงานโรงแรม และผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ต้องการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่การจัดงานประชุมระดับนานาชาติ ผู้จัดงานและธุรกิจโรงแรมสามารถนำแนวคิดการผสานงานเสวนาวิชาการเข้ากับเส้นทางศิลปะ ตลาดสินค้าสร้างสรรค์ด้วย AI และประสบการณ์ VR ไปประยุกต์ใช้ต้อนรับผู้ร่วมงานจากทั่วโลก ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสามารถวางแผนเดินทางเยือนแหล่งโบราณคดี Liangzhu Site และสถานที่มรดกโลกในนครหางโจวเพื่อสัมผัสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ Thai-PR.com จากข่าวประชาสัมพันธ์ของ Liangzhu Forum Organizing Committee ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ