ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ โรงแรม ท่องเที่ยว MICE แพ็กเกจลงข่าว · ส่งข่าวฟรี · เข้าระบบ ไทย EN
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
โรงแรม ท่องเที่ยว MICE ประชุมสัมมนา อาหารและร้านอาหาร อีเวนต์ ธุรกิจการตลาด การเงินการธนาคาร เทคโนโลยี สุขภาพความงาม ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา

เปิดวิธีคำนวณต้นทุนและกำไรสุทธิ franchise งบลงทุน 2,990 ถึง 2,900,000 บาท

เจาะลึกโครงสร้างต้นทุนแฝงและวิธีคำนวณกำไรสุทธิของการลงทุนธุรกิจระบบ franchise ตั้งแต่งบเริ่มต้น 2,990 บาทจนถึง 2,900,000 บาทก่อนตัดสินใจเปิดร้าน

เปิดวิธีคำนวณต้นทุนและกำไรสุทธิ franchise งบลงทุน 2,990 ถึง 2,900,000 บาท

ผู้ประกอบการร้านอาหารและบริการที่วางแผนเปิดหน้าร้านใหม่ทั่วประเทศ จำเป็นต้องตรวจสอบต้นทุนจริงของระบบ franchise ตั้งแต่งบต่ำกว่า 50,000 บาทไปจนถึงมากกว่า 500,000 บาทก่อนลงนามในสัญญา ข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ชี้ว่าผู้ลงทุนมักเข้าใจผิดจากโฆษณาที่ระบุกำไรต่อหน่วย 60% ถึง 70% หรือคืนทุนใน 3 เดือนโดยไม่ได้หักรายจ่ายแฝงรายเดือน การนำสูตรคำนวณ ROI และหลัก Capital Efficiency มาประเมินร่วมกับทำเลทั้งในศูนย์การค้าและแหล่งชุมชน จะช่วยป้องกันปัญหาขาดสภาพคล่องเมื่อกำไรสุทธิจริงอาจเหลือเพียง 10% ของรายได้

เปรียบเทียบโครงสร้างธุรกิจ franchise งบไม่เกิน 50,000 บาทและเกิน 500,000 บาท

กลุ่มงบไม่เกิน 50,000 บาทมีค่าสิทธิ์เริ่มต้น 2,990 ถึง 49,900 บาทสำหรับร้านชานมไข่มุก ของทอด และเครื่องดื่ม ซึ่งเหมาะกับทำเลตลาดนัด หน้าโรงเรียน หรือแหล่งชุมชนโดยไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนและรายปี ตัวอย่างเช่น Phoenix Cha ราคาเริ่มต้น 9,999 บาทพร้อมอุปกรณ์ที่ให้กำไรต่อแก้ว 50% ถึง 70% และร้านของทอดงบ 5,000 ถึง 15,000 บาทซึ่งคืนทุนได้ใน 1 ถึง 3 เดือนเร็วกว่าการสร้างร้านเองที่ใช้เวลา 6 ถึง 12 เดือน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกลุ่มนี้มีเพดานรายได้ต่อวันจำกัดตามราคาสินค้าที่ต่ำและขยายสาขาได้ยากกว่า เพราะการสนับสนุนจากเจ้าของ brand มีจำกัดแม้ผู้บริหารร้านจะมีความยืดหยุ่นสูงก็ตาม

ส่วนกลุ่มงบเกิน 500,000 บาทมีจุดเด่นด้านฐานลูกค้าและทีมสนับสนุนที่เป็นระบบ แต่ผู้เปิดร้านต้องปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดและรับภาระต้นทุนแฝงที่สูงกว่าค่าธรรมเนียมแรกเข้า ตัวอย่างได้แก่ Chester's ที่มีค่าแรกเข้า 700,000 บาทบวก Royalty Fee 4% และค่าการตลาด 3% ของยอดขาย ขณะที่ WEDRINK ใช้เงินเริ่มต้น 880,000 ถึง 1,000,000 บาทโดยยังไม่รวมค่าเช่าและค่าตกแต่ง นอกจากนี้ยังมี Kamu Tea ที่ใช้งบรวม 2,300,000 ถึง 2,900,000 บาทแบ่งเป็นค่าสิทธิ์ 1,500,000 บาทและค่าก่อสร้างตกแต่ง 500,000 ถึง 800,000 บาท รวมถึงโรงเรียนสอนภาษา G English Academy ค่าสิทธิ์ 590,000 บาท

รายละเอียดข้อมูล
งบลงทุนกลุ่มไม่เกิน 50,000 บาท2,990 ถึง 49,900 บาท กำไรต่อหน่วย 50% ถึง 70% คืนทุนใน 1 ถึง 3 เดือน
งบลงทุนกลุ่มเกิน 500,000 บาท500,000 ถึง 2,900,000 บาท เก็บ Royalty Fee 3% ถึง 10% ของยอดขายและค่าการตลาด
กรณีศึกษาร้านรายได้ 500,000 บาทต่อเดือนหักต้นทุน COGS 175,000 บาท ค่าแรง 100,000 บาท ค่าเช่า 80,000 บาท Royalty Fee 25,000 บาท Marketing Fee 10,000 บาท สาธารณูปโภค 20,000 บาท และรายจ่ายอื่น 40,000 บาท เหลือกำไรสุทธิ 50,000 บาท (10%)
กรณีศึกษาร้านซักผ้าหยอดเหรียญรายได้ 90,000 ถึง 200,000 บาทต่อเดือน กำไรสุทธิ 40,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน คืนทุนใน 3 ถึง 5 ปี

การคำนวณกำไรสุทธิด้วยสูตร ROI และปัจจัยชี้ขาดผลตอบแทน

กรณีศึกษาร้านที่มียอดขาย 500,000 บาทต่อเดือนสะท้อนว่าหลังหักรายจ่ายทุกหมวดแล้วจะเหลือกำไรสุทธิเพียง 50,000 บาท ซึ่งหากลงทุนเริ่มต้นไว้ 1,200,000 บาทจะต้องใช้เวลาดำเนินกิจการอีกนานกว่าจะคุ้มทุน อีกทั้งในสัญญามักมีรายจ่ายแฝงทั้ง Franchise Fee, Royalty Fee, Marketing Fee, Software Fee, Renewal Fee และข้อบังคับให้ซื้อวัตถุดิบจาก supplier ที่กำหนดเท่านั้นจนขาดอิสระในการต่อรองราคา ผู้ลงทุนจึงต้องคำนวณสูตร ROI จากกำไรสุทธิหลังหักรายจ่ายทั้งหมดหารด้วยเงินลงทุนคูณ 100 ดังเช่นร้านซักผ้าหยอดเหรียญที่มีรายจ่ายดำเนินงาน 25% ถึง 35% ของรายได้และให้ ROI เฉลี่ย 20% ถึง 30% ต่อปี

นอกจากนี้ผู้ประกอบการต้องยึดหลัก Capital Efficiency โดยไม่นำเงินทุนที่มีอยู่ 500,000 บาทไปลงทุนจนหมด แต่ต้องแบ่งงบออกเป็น 3 ส่วนคือ ค่าสิทธิ์ franchise, ค่าดำเนินการเริ่มต้น และเงินสำรองสภาพคล่องสำหรับช่วงแรก ข้อมูลปี พ.ศ. 2568 ยังพบว่าร้านกาแฟระบบ franchise และ chain ขนาดใหญ่มี Net Profit Margin เฉลี่ย 17.5% ซึ่งสูงกว่าร้านกาแฟอิสระขนาดเล็กที่ได้เฉลี่ย 4.6% จากประสิทธิภาพการคุมต้นทุน อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของสาขายังขึ้นอยู่กับค่าเช่าทำเลในศูนย์การค้าเทียบกับถนนชุมชน การลดของเสียของทีมงาน และจำนวนคู่แข่งในพื้นที่

ข้อมูลโครงสร้างต้นทุนและผลตอบแทนชุดนี้เหมาะสำหรับคนทำงานโรงแรมและผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการขยายสาขาหรือเปิดจุดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้จัดงานที่คัดเลือกร้านค้าเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ตลอดจนนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจลงทุนเปิดร้านของตนเองอย่างรอบคอบ

เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ Thai-PR.com จากข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ