ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ โรงแรม ท่องเที่ยว MICE แพ็กเกจลงข่าว · ส่งข่าวฟรี · เข้าระบบ ไทย EN
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
โรงแรม ท่องเที่ยว MICE ประชุมสัมมนา อาหารและร้านอาหาร อีเวนต์ ธุรกิจการตลาด การเงินการธนาคาร เทคโนโลยี สุขภาพความงาม ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา

เจาะลึกวิธีเปิดร้าน TikTok Shop แบบไร้สต็อก พร้อมแผนสร้างรายได้ใน 14 วัน

คู่มือเริ่มต้นเปิดร้านบน TikTok Shop แบบไม่ต้องสต็อกสินค้า เจาะลึกโมเดล Dropshipping และ Affiliate พร้อมสรุปโครงสร้างค่าธรรมเนียมและแผนการทำงาน 14 วัน

เจาะลึกวิธีเปิดร้าน TikTok Shop แบบไร้สต็อก พร้อมแผนสร้างรายได้ใน 14 วัน

แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยมอย่าง TikTok ได้พลิกโฉมวงการอีคอมเมิร์ซในยุคปัจจุบันด้วยบริการ TikTok Shop ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อสินค้ามาสต็อกไว้ล่วงหน้า ผู้ที่สนใจสามารถเลือกสร้างรายได้ผ่านสองรูปแบบหลัก ได้แก่ ระบบ Dropshipping ที่ผู้ขายสามารถเปิดร้านและให้ซัพพลายเออร์เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าโดยตรง และระบบ Affiliate ที่เน้นการโปรโมทสินค้าของผู้อื่นเพื่อรับส่วนแบ่งค่าคอมมิชชัน ซึ่งทั้งสองวิธีนี้สามารถเริ่มต้นได้ง่ายและรวดเร็วในฐานะบุคคลธรรมดา โดยไม่ต้องจดทะเบียนธุรกิจให้ยุ่งยาก

สองทางเลือกในการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์

สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์ร้านค้าของตนเองในระยะยาว การเลือกใช้ระบบ Dropshipping เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ผู้ขายเพียงแค่เลือกสินค้าที่น่าสนใจจากซัพพลายเออร์มาลงแสดงไว้ในหน้าร้านของตนเอง เมื่อมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าเข้ามา ซัพพลายเออร์จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการบรรจุและจัดส่งสินค้าตรงไปยังปลายทางทันที ผู้ขายจะได้รับผลกำไรจากส่วนต่างของราคาที่ตั้งไว้กับราคาต้นทุนของซัพพลายเออร์ การสมัครใช้งานระบบนี้สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์ม Seller Center โดยใช้เพียงข้อมูลจากบัตรประชาชนและบัญชีธนาคารภายในประเทศเพื่อรับเงิน

ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีความถนัดด้านการสื่อสารและชื่นชอบการทำคอนเทนต์สามารถเลือกเส้นทาง Affiliate ซึ่งเป็นวิธีที่เรียบง่ายที่สุดโดยไม่ต้องมีร้านค้าหรือระบบจัดการหลังบ้านเป็นของตัวเอง ผู้ใช้งานเพียงแค่เลือกสินค้าที่มีอยู่แล้วในระบบมาทำการโปรโมทผ่านการทำวิดีโอสั้นหรือการไลฟ์สด เมื่อมีผู้ชมสนใจและตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าผ่านลิงก์ของตนเอง ผู้โปรโมทจะได้รับค่าคอมมิชชันซึ่งมีอัตราตั้งแต่ 1 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ต่อรายการ ผู้ใช้งานที่มีผู้ติดตามครบ 1,000 คนจะสามารถปลดล็อกฟีเจอร์การขายผ่านไลฟ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนผู้ที่ยังมีผู้ติดตามไม่ถึงเกณฑ์ก็ยังสามารถเริ่มต้นทำเงินผ่านวิดีโอสั้นได้เช่นกัน

โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ผู้ขายต้องรู้

ก่อนที่จะเริ่มต้นกำหนดราคาสินค้าบนแพลตฟอร์ม ผู้ขายจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกำไรหดหายไปโดยไม่คาดคิด ระบบของแพลตฟอร์มจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลายส่วนประกอบกัน เช่น ค่าคอมมิชชันของตลาดกลาง ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ค่าธรรมเนียมการเติบโต และค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามหมวดหมู่ของสินค้า ผู้ขายจึงควรนำต้นทุนแฝงเหล่านี้ไปใช้เป็นฐานในการคำนวณราคาขายตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน

รายละเอียดข้อมูล
ค่าคอมมิชชัน (Marketplace)6.42 ถึง 11.77 เปอร์เซ็นต์ (รวม VAT) ตามหมวดสินค้า
ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม3.21 เปอร์เซ็นต์ (รวม VAT)
ค่าธรรมเนียมการเติบโต (Growth Fee)หมวดอิเล็กทรอนิกส์ 6.96 เปอร์เซ็นต์ จิปาถะอื่นๆ 8.03 เปอร์เซ็นต์ (สูงสุดไม่เกิน 199 บาทต่อชิ้น)
ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน1.07 บาทต่อออเดอร์

แผนการทำงาน 14 วันสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่

การเริ่มต้นเปิดร้านค้าให้ประสบความสำเร็จสามารถดำเนินการตามแผน 14 วันเพื่อความเป็นระบบระเบียบ ในช่วง 3 วันแรกผู้ขายควรเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมของบัญชีผู้ใช้และการสมัครเปิดร้านผ่าน Seller Center หลังจากนั้นให้ใช้เวลาวิเคราะห์ค้นหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้และเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการขาย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตั้งเป้าหมายในการนำสินค้าเข้าร้านให้ได้อย่างน้อย 20 SKU ภายในช่วงเดือนแรก เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการแสดงผลบนระบบค้นหาของแพลตฟอร์ม

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่สองของการทำงาน ผู้ขายควรเริ่มต้นสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอเพื่อโปรโมทสินค้าของตนเอง พร้อมกับเปิดระบบ Open Collaboration Affiliate โดยกำหนดอัตราค่าคอมมิชชันที่เหมาะสมเพื่อเชิญชวน Creator รายอื่นบนแพลตฟอร์มมาช่วยขายสินค้า ในช่วงท้ายของแผน 14 วัน เมื่อเริ่มมีคำสั่งซื้อแรกเข้ามา การรักษาอัตราการตอบกลับข้อความลูกค้าให้รวดเร็วภายใน 6 ชั่วโมง และการติดตามขอรีวิวจากผู้ซื้อหลังจากได้รับสินค้า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้าเปิดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำอีคอมเมิร์ซนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานโรงแรมและผู้จัดงานที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริมในช่วงเวลาว่าง โดยบุคลากรกลุ่มนี้สามารถนำทักษะด้านการบริการและการนำเสนอมาประยุกต์ใช้กับการสร้างคอนเทนต์โปรโมทสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างลงตัว

เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ Thai-PR.com จากข่าวประชาสัมพันธ์ของ TikTok ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ