GISTDA นำไทยเป็นเจ้าภาพ APRSAF-32 เวทีอวกาศเอเชีย-แปซิฟิก 26-30 ต.ค. 2569 ที่กรุงเทพฯ
GISTDA ร่วมกับ MEXT และ JAXA ของญี่ปุ่น จัดประชุม APRSAF-32 ที่ Royal Orchid Sheraton Riverside Bangkok และ ICONSIAM วันที่ 26-30 ตุลาคม 2569
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ร่วมกับกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่น หรือ MEXT และองค์การสำรวจอวกาศแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ JAXA เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Asia-Pacific Regional Space Agency Forum ครั้งที่ 32 หรือ APRSAF-32 ระหว่างวันที่ 26 ถึง 30 ตุลาคม 2569 โดยช่วงแรกจัดที่ Royal Orchid Sheraton Riverside Bangkok และช่วงที่สองจัดที่ชั้น 7 ของ ICONSIAM Hall กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด Bridging the Asia-Pacific: Advancing a Trusted and Inclusive Space Future ถือเป็นการกลับมาจัดงานนี้ในประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 16 ปี
เวที APRSAF เป็นการรวมตัวของหน่วยงานอวกาศ ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ นักวิจัย และพันธมิตรจากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนทิศทางความร่วมมือด้านอวกาศ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ระบุว่าการจัดงานในไทยครั้งนี้ช่วยเชื่อมโยงประเทศเข้ากับระดับนานาชาติ ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลรับมือภัยพิบัติ การพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยร่วม ไปจนถึงการใช้อวกาศอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าร่วมงานได้มากขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่องาน | Asia-Pacific Regional Space Agency Forum ครั้งที่ 32 (APRSAF-32) |
| วันที่ | 26-30 ตุลาคม 2569 |
| สถานที่ (26-28 ต.ค.) | Royal Orchid Sheraton Riverside Bangkok |
| สถานที่ (29-30 ต.ค.) | ชั้น 7 ICONSIAM Hall กรุงเทพฯ |
| แนวคิดงาน | Bridging the Asia-Pacific: Advancing a Trusted and Inclusive Space Future |
| เจ้าภาพร่วม | GISTDA, MEXT (ญี่ปุ่น), JAXA |
สามมิติหลักที่ขับเคลื่อนงานปีนี้
แนวคิดของ APRSAF-32 วางอยู่บนสามมิติสำคัญ มิติแรกคือการเชื่อมโยงเอเชีย-แปซิฟิกเข้ากับประชาคมอวกาศโลก ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และบุคลากร เพื่อสร้างระบบที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มิติที่สองคือความไว้วางใจ ในยุคที่อวกาศกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของภูมิรัฐศาสตร์โลก การสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือระหว่างกันจึงมีความสำคัญมากขึ้นกว่าการแข่งขัน
มิติสุดท้ายคือการเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ ภาคอุตสาหกรรมเดิม สถาบันการศึกษา เยาวชน และภาคประชาสังคม ดร.ปกรณ์ กล่าวว่างานนี้มีความร่วมมือกับ Thailand Space Expo ผ่านนิทรรศการร่วมและการเสวนาที่เชื่อมภารกิจภาครัฐกับนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ รวมถึงผนึกกำลังกับการประชุม Moon Village Association Symposium ที่เชื่อมโครงการสังเกตการณ์โลกและวงโคจรระดับต่ำเข้ากับการสำรวจดวงจันทร์
บทบาท ผู้เชื่อม ของไทยบนเวทีอวกาศโลก
การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ทำให้ไทยได้แสดงบทบาทเป็นผู้เชื่อมทั้งในเชิงนโยบาย เทคโนโลยี องค์ความรู้ และบุคลากร เชื่อมอาเซียนเข้ากับเครือข่ายอวกาศระดับโลก และเชื่อมเทคโนโลยีอวกาศเข้ากับโจทย์การพัฒนาจริง ตั้งแต่การรับมือภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการสร้างบุคลากรและงานวิจัยสำหรับอนาคต
ผลลัพธ์ของการประชุมจึงไม่จำกัดอยู่แค่การแลกเปลี่ยนความเห็นในห้องประชุม แต่เป็นการวางรากฐานความร่วมมือที่จะเดินหน้าต่อหลังจบงาน ทั้งด้านมาตรฐานการทำงานข้ามประเทศและการพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ในภูมิภาค งานประชุมระดับนานาชาติเช่นนี้ยังเป็นโอกาสของธุรกิจโรงแรมและสถานที่จัดงานในกรุงเทพฯ ที่ได้รองรับผู้แทนและผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศตลอด 5 วัน
ข่าวนี้น่าสนใจสำหรับผู้จัดงานประชุมและนิทรรศการที่ติดตามทิศทางงาน MICE ขนาดใหญ่ในไทย คนทำงานโรงแรมและสถานที่จัดงานที่ต้องการศึกษาโมเดลการรองรับผู้เข้าร่วมงานระดับภูมิภาค รวมถึงผู้ที่สนใจความเคลื่อนไหวด้านเทคโนโลยีอวกาศและความร่วมมือระหว่างประเทศ