SAFE Fertility Group ขยายฐานลูกค้า ดันไทยสู่ Regional Fertility Hub
SAFE Fertility Group ประกาศวิสัยทัศน์ก้าวสู่ปีที่ 20 ตั้งเป้าขยายฐานการดูแลครอบครัว พร้อมผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ระดับภูมิภาค
SAFE Fertility Group PCL. ผู้นำด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์ ประกาศวิสัยทัศน์ก้าวสู่ปีที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยทางผู้บริหารเตรียมเดินหน้ายกระดับประเทศไทยให้เป็น Regional Fertility Hub เพื่อรองรับความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายสำคัญในการขยายฐานการดูแลจาก 40,000 ครอบครัว ให้เพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ครอบครัวภายในระยะเวลา 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า พร้อมมุ่งเน้นการให้บริการแบบ Full Patient Journey อย่างเต็มรูปแบบ
ปัจจุบันตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากหรือ IVF ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องไปสู่ระดับ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับตลาดประเทศไทยที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6.1 พันล้านบาทในปี 2568 แม้อัตราการเกิดของเด็กไทยในปัจจุบันจะดิ่งต่ำสุดในรอบ 75 ปี แต่การพึ่งพาเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างสวนทาง สัดส่วนเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ขยับมาอยู่ที่ประมาณ 8,000 คนต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนยุคใหม่มองการมีบุตรเป็นการลงทุนซื้อเวลาและบริหารความเสี่ยงให้กับครอบครัวมากขึ้น
กลยุทธ์ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่
ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทต่อจากนี้จะมุ่งเน้นภายใต้แนวคิด The Next Chapter of Fertility ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ปัจจัยหลักคือ Prepare, Preserve และ Prevent กลยุทธ์นี้มุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้หันมาฝากไข่ ฝากสเปิร์ม และตรวจยีนกันมากขึ้นเพื่อรักษาทางเลือกและป้องกันล่วงหน้า บริษัทยังได้ขยายขอบเขตธุรกิจสู่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์ภายใต้บริษัท NGG Thailand เพื่อให้บริการแก่สถานพยาบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังจับมือกับ JUNO Genetics จากสหรัฐอเมริกานำเทคโนโลยีตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq มาให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
โอกาสของอุตสาหกรรมทางการแพทย์และการท่องเที่ยว
ฐานลูกค้าชาวต่างชาติของบริษัทในปัจจุบันเติบโตอย่างแข็งแกร่งและคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 50 ของคนไข้ทั้งหมด ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากราคาและคุณภาพบริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ของไทยที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในระดับสากล การปรับขยายพื้นที่การให้บริการจากคลินิกสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์จะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ใช้บริการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จากทั่วภูมิภาค เป้าหมายระยะยาวของบริษัทจึงเน้นผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่ครอบครัวทั่วโลกให้ความไว้วางใจ
ข่าวนี้น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพ และกลุ่มคนทำงานในแวดวงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังวางแผนครอบครัวด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ