prop2morrow ชี้ 5 เมกะเทรนด์พลิกโฉมเมืองไทย สู่ยุค Beyond the City
prop2morrow เปิดงาน Beyond the City ชี้ 5 เมกะเทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนเมืองไทย ตั้งแต่ระบบขนส่งไปจนถึงรูปแบบการทำงาน
prop2morrow จัดงานกรุงเทพจตุรทิศ ในหัวข้อ จตุรมหานคร Beyond the City เพื่อฉายภาพทิศทางการเปลี่ยนผ่านของเมืองในยุคใหม่ ผ่านมุมมองของนักผังเมือง นักวิชาการด้านอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยชี้ให้เห็นว่าการเติบโตของเมืองไม่ได้วัดกันที่จำนวนอาคารหรือถนนอีกต่อไป แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงระหว่างคน พื้นที่ และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย
5 เมกะเทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนทิศทางเมือง
เนื้อหาในงานสรุปเป็น 5 แนวโน้มหลัก เริ่มจาก Transit-Oriented Development หรือ TOD ที่ทำให้พื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของที่อยู่อาศัย สำนักงาน และร้านค้า จนเมืองที่เคยมีศูนย์กลางเดียวขยายตัวเป็นเครือข่ายเมืองที่มีจุดเติบโตหลายแห่ง ตามมาด้วยแนวคิด 15-Minute City ที่ออกแบบให้ร้านค้า โรงเรียน ที่ทำงาน พื้นที่สีเขียว และบริการสุขภาพอยู่ใกล้กัน เพื่อลดเวลาเดินทางและเพิ่มคุณภาพชีวิตประจำวัน
อีกสามแนวโน้มที่เหลือ ได้แก่ Healthy City ที่เน้นให้เมืองเอื้อต่อการมีสุขภาพดีผ่านสวนสาธารณะ ทางเดินเท้า และอากาศที่สะอาด, Climate Resilience และแนวคิด ESG ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนรับมือความร้อน น้ำท่วม และสภาพอากาศรุนแรงล่วงหน้า และสุดท้ายคือ Hybrid Work ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างบ้าน ที่ทำงาน และเมืองเลือนลาง จนบ้าน คาเฟ่ และ co-working space กลายเป็นพื้นที่ทำงานได้เหมือนกันหมด
มุมมองจากภาครัฐและนักวิชาการต่อผังเมืองใหม่
สิทธิพล กุสุมอรัญญา รองผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร ระบุว่าการจัดทำผังเมืองใหม่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลงต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้าน ทั้งอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดินหรือ FAR อัตราส่วนพื้นที่ว่างหรือ OSR ระบบคมนาคม พื้นที่โล่งสำหรับทำกิจกรรม และระบบสาธารณูปโภค ไม่ใช่ดูเพียงสีของผังเมืองเหมือนที่ผ่านมา
ด้าน ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ มองว่าเมืองกำลังเติบโตแบบเครือข่ายที่มีศูนย์กลางเศรษฐกิจหลายจุด เช่น พระราม 9 และรัชดา ที่กลายเป็นย่านธุรกิจใหม่ ส่วนบางนาและสุวรรณภูมิกำลังพัฒนาเป็นย่านธุรกิจฝั่งตะวันออก พร้อมขยายตัวตามแนวรถไฟฟ้าและพื้นที่ชานเมืองที่เดินทางสะดวกขึ้น ขณะที่อุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการลงทุน โครงการ One Bangkok เสนอมุมมอง Beyond the City ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศของเมืองให้รองรับกิจกรรมและการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่สร้างเพื่อขายเหมือนในอดีต
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามเมือง
การขยายตัวของเมืองยุคใหม่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย โดยผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจจากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง รูปแบบการถือครองที่ยืดหยุ่นขึ้น เช่น การเช่าระยะยาวหรือ leasehold และ rent to own ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงการศึกษาข้อมูลผ่าน virtual tour และโซเชียลมีเดียอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจชมโครงการจริง
นอกจากนี้ผู้บริโภคยังให้น้ำหนักกับรีวิว ค่าส่วนกลางระยะยาว และผลตอบแทนหรือ yield มากกว่าโปรโมชันระยะสั้น ขณะที่เทคโนโลยีทำให้ต้องการพื้นที่ที่รองรับการทำงานจากทุกที่และการใช้ชีวิตแบบ smart living มากขึ้น สะท้อนว่าทิศทางของเมืองกำลังเปลี่ยนวิธีเลือกที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน และรูปแบบการเดินทางไปพร้อมกัน
ข่าวนี้น่าสนใจสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้บริหารโรงแรมที่ต้องวางแผนทำเลและรูปแบบธุรกิจให้สอดรับกับทิศทางเมืองในอนาคต รวมถึงผู้จัดงานอีเวนต์และ MICE ที่ต้องการเข้าใจแนวโน้มการเติบโตของศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในกรุงเทพมหานคร