เมืองทองธานีเดินหน้าเมืองอัจฉริยะ เริ่มจากพัฒนาคน เชื่อมชุมชนสู่เศรษฐกิจยั่งยืน
บางกอกแลนด์เดินหน้าโมเดลเมืองอัจฉริยะเมืองทองธานี เริ่มจากพัฒนาคนในองค์กรสู่ชุมชน ต่อยอดแอป IMPACT keepMe และสินค้า GI จาก 33 จังหวัด
บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารและพัฒนาโครงการเมืองทองธานี เปิดเผยทิศทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ว่าเดินหน้าสร้างระบบนิเวศเมืองภายใต้แนวคิด Live-Work-Play-Learn โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาศักยภาพคนในองค์กรก่อนขยายผลไปสู่ชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื้นที่เมืองทองธานี เพื่อเชื่อมโยงคน ชุมชน และธุรกิจเข้าด้วยกันให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองทองธานีไม่ได้มีไว้เพื่อความทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบให้เป็นกลไกสร้างการเติบโตทั้งด้านทักษะความรู้และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่ จุดเริ่มต้นสำคัญคือการเสริมศักยภาพบุคลากรภายในองค์กรผ่านโครงการประกวดนวัตกรรม Routine to Innovation หรือ R2i ก่อนต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์สู่ชุมชนรอบข้าง
พัฒนาทักษะคนในชุมชน ต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจ
เมืองทองธานีจัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นทักษะดิจิทัลและทักษะที่นำไปสร้างรายได้ให้แก่ผู้พักอาศัยและคนในชุมชน ควบคู่กับโครงการร้านเด็ดเมืองทอง ที่เชื่อมร้านอาหารมาตรฐานสูงในพื้นที่เข้ากับกลุ่มผู้จัดงานและผู้จัดแสดงสินค้าภายใน IMPACT Muang Thong Thani สร้างโอกาสทางธุรกิจและเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่
นายพอลล์ระบุว่าเมืองอัจฉริยะไม่ได้วัดกันที่ศักยภาพด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่วัดกันที่ศักยภาพของคนด้วย จึงเริ่มพัฒนาทักษะของบุคลากรให้แข็งแรงก่อน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และโอกาสสู่ผู้คนในชุมชน แล้วค่อยขยายผลเป็นโครงข่ายต่อไป
เชื่อมสินค้า GI จาก 33 จังหวัด สู่ตลาดในเมือง
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการส่งเสริมสินค้า GI หรือ Geographical Indication Product โดยเมืองทองธานีร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหอการค้าไทย นำสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นจาก 33 จังหวัดทั่วประเทศ เช่น กล้วยไข่กำแพงเพชร กาแฟเทพเสด็จจากเชียงราย และฝรั่งสามพรานจากนครปฐม เข้าสู่ช่องทางค้าปลีกที่ตลาดสดรวมใจ คอสโม บาซาร์
โครงการนี้เชื่อมโอกาสของเกษตรกรไทยเข้ากับกำลังซื้อของผู้บริโภคในเมืองโดยตรง พร้อมต่อยอดสู่การสร้างฐานข้อมูลสินค้า GI เพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานและสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจให้กับเครือข่ายชุมชนในระยะยาว
IMPACT keepMe แพลตฟอร์มบริหารกำลังคน ฐานข้อมูลผู้หางานกว่า 43,000 คน
นางสาวทมิตา จงสวัสดิ์วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลองค์กร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทพัฒนาแอปพลิเคชัน IMPACT keepMe เป็นแพลตฟอร์มบริหารพนักงานรายวัน ครอบคลุมตั้งแต่ค้นหางาน สมัครงาน จัดตารางงาน บันทึกเวลาเข้าออกงาน ไปจนถึงจ่ายเงินเดือนในระบบเดียว รองรับทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนในชุมชนเมืองทองธานี ปัจจุบันมีฐานข้อมูลผู้หางานกว่า 43,000 คน ช่วยจัดสรรบุคลากรให้สอดรับกับความต้องการของธุรกิจ MICE
นางสาวทมิตากล่าวเพิ่มเติมว่า IMPACT keepMe ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารคนในองค์กร แต่ต่อยอดความร่วมมือไปถึงสถาบันการศึกษาและชุมชน โดยนำข้อมูลเชิงลึกด้านทักษะและความต้องการของตลาดแรงงานมาวางแผนหลักสูตรและพัฒนาบุคลากร ล่าสุดร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาจัดโครงการ IMPACT Rise Up เวทีประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ระดับประเทศสำหรับนักศึกษาอาชีวะ ให้ได้เรียนรู้จากโจทย์จริงและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| โครงการประกวดนวัตกรรมในองค์กร | Routine to Innovation (R2i) ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 |
| แพลตฟอร์มบริหารกำลังคน | IMPACT keepMe ฐานข้อมูลผู้หางานกว่า 43,000 คน |
| สินค้า GI ที่เข้าร่วมโครงการ | สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นจาก 33 จังหวัดทั่วประเทศ |
| ช่องทางจำหน่ายสินค้า GI | ตลาดสดรวมใจ คอสโม บาซาร์ |
| ความร่วมมือด้านการศึกษา | โครงการ IMPACT Rise Up ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) |
ข่าวนี้น่าสนใจสำหรับผู้จัดงานและผู้จัดแสดงสินค้าในธุรกิจ MICE ที่มองหาโอกาสร่วมมือกับร้านอาหารและผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื้นที่เมืองทองธานี รวมถึงคนทำงานโรงแรมและผู้ประกอบการชุมชนที่ต้องการหาช่องทางพัฒนาทักษะบุคลากรหรือจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นผ่านเครือข่ายของเมืองทองธานี