ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ โรงแรม ท่องเที่ยว MICE แพ็กเกจลงข่าว · ส่งข่าวฟรี · เข้าระบบ ไทย EN
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
โรงแรม ท่องเที่ยว MICE ประชุมสัมมนา อาหารและร้านอาหาร อีเวนต์ ธุรกิจการตลาด การเงินการธนาคาร เทคโนโลยี สุขภาพความงาม ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา

มจร. วังน้อย เผย 3 เครื่องมือฝึกการฟังดูแลคนไร้บ้านปทุมธานี วันสุขภาพจิตโลก

มจร. วังน้อย ร่วมกับบ้านพูนสุข ปทุมธานี พัฒนา 3 เครื่องมือการฟังเพื่อดูแลจิตใจคนไร้บ้าน 15 คน เนื่องในวันสุขภาพจิตโลก 10 ตุลาคม 2569

มจร. วังน้อย เผย 3 เครื่องมือฝึกการฟังดูแลคนไร้บ้านปทุมธานี วันสุขภาพจิตโลก

หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจังหวัดปทุมธานี หรือบ้านพูนสุข ดำเนินโครงการกระบวนการบ่มเพาะความรักด้วยเมตตากรุณา ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม พ.ศ. 2569 เนื่องในวาระวันสุขภาพจิตโลก วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสารและลดความตึงเครียดสะสมให้แก่ผู้ไร้บ้านจำนวน 15 คน ตามแนวคิด Lived experiences heard: real voices, real change ขององค์การอนามัยโลก (WHO) คณะผู้วิจัยได้บูรณาการหลักพุทธธรรมเถรวาทเข้ากับสังคมวิทยาและจิตวิทยาการสื่อสาร เพื่อฟื้นฟูคุณค่าในตนเองและสร้างความไว้วางใจภายในชุมชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 เดือน

ความร่วมมือทางวิชาการสู่การสร้างห้องเรียนชีวิต

นายภคบุตร ชาญสุวิทยานันท์ หัวหน้าโครงการวิจัยและนิสิตระดับปริญญาเอก หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปิดเผยว่าปัญหาสุขภาพจิตของผู้ไร้บ้านมักเกิดจากความเครียดสะสมที่ทับซ้อนกับความขัดแย้งจากการสื่อสาร คณะทำงานจึงร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทรงศิริ พุทธงชัย และนักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแบบกิจกรรมรายสัปดาห์อย่างเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจ การฝึกฟัง ไปจนถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมร่วมกัน

รายละเอียดข้อมูล
ชื่อโครงการโครงการกระบวนการบ่มเพาะความรักด้วยเมตตากรุณา
หน่วยงานหลักหลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สถานที่จัดกิจกรรมศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจังหวัดปทุมธานี (บ้านพูนสุข) และพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK)
ระยะเวลาดำเนินการเดือนกันยายน ถึง ตุลาคม พ.ศ. 2569 (ระยะเวลา 2 เดือน)
วันสำคัญที่เกี่ยวข้องวันสุขภาพจิตโลก วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ผู้เข้าร่วมโครงการผู้ไร้บ้านจำนวน 15 คน

การประยุกต์ใช้ 3 เครื่องมือฝึกสติและการรับฟังเชิงลึก

กระบวนการดูแลจิตใจในโครงการนี้ใช้เครื่องมือสำคัญ 3 รูปแบบเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกลับมาอยู่กับปัจจุบันและส่งต่อความปรารถนาดีให้แก่กัน เครื่องมือรูปแบบที่ 1 คือการฟังอย่างตั้งใจ 2 นาที หรือ Active Listening ซึ่งประยุกต์จากแนวคิดของ Carl Rogers และ Richard Evans Farson โดยให้ผู้เข้าร่วมจับคู่สบตากันเพื่อให้ผู้พูดถ่ายทอดความรู้สึกจริง ขณะที่ผู้ฟังตั้งใจรับฟังโดยไม่พูดแทรก ไม่ตัดสิน และไม่รีบแนะนำ ก่อนสลับบทบาทเมื่อครบ 2 นาทีเพื่อลดความอึดอัดในการเริ่มต้นสนทนา

เครื่องมือรูปแบบที่ 2 คือการฟังธรรมชาติเพื่อสื่อความในใจ โดยให้ผู้เข้าร่วมรับฟังเสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง เสียงกบร้อง เสียงฝนตก และเสียงลมพัดกระดิ่ง แล้วบอกเล่าสิ่งที่นึกถึงโดยไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ส่วนเครื่องมือรูปแบบที่ 3 คือการบ่มเพาะและเผื่อแผ่ความรักด้วยเมตตากรุณาตามแนวคิดจากหนังสือ Lovingkindness: The Revolutionary Art of Happiness ปี ค.ศ. 1995 ของ Sharon Salzberg ควบคู่กับการฝึกประสาทสัมผัสทั้ง 5 หรือ Body Scan ผู้เข้าร่วมจะได้ยืดเหยียดร่างกาย รับรู้ลมหายใจ และดึงความทรงจำเชิงบวกในอดีตขึ้นมาพร้อมกล่าวคำปรารถนาดีให้บุคคลอันเป็นที่รักมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และปลอดภัย

การเปลี่ยนบทบาทสู่เจ้าของพื้นที่ร่วมกันและประโยชน์ต่อสังคม

นอกจากการเยียวยาภายในจิตใจแล้ว คณะผู้วิจัยยังนำผู้เข้าร่วมไปชมงานศิลปะ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) และร่วมกันซ่อมแซมอาคารเพื่อเปลี่ยนบทบาทจากผู้อาศัยสู่การเป็นเจ้าของร่วมที่รับผิดชอบพื้นที่ส่วนรวม ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นกระบวนการส่งเสริมสุขภาวะทางใจและความสัมพันธ์เบื้องต้น จึงไม่ใช่การวินิจฉัยโรคหรือใช้ทดแทนการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น ผลลัพธ์ของโครงการซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก BG Container Glass, PTG Energy, Siam Health Group, Betagro, MOCA BANGKOK, บริษัท สมุนไพรปัญจศรี จำกัด และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ช่วยยกระดับสังคมใน 3 มิติ คือลดความตึงเครียดในชุมชน แบ่งเบาภาระระบบสาธารณสุขและจิตเวช รวมถึงสร้างทุนมนุษย์ที่พร้อมฝึกอาชีพเพื่อพึ่งพาตนเอง

แนวทางจากโครงการนี้เหมาะสำหรับคนทำงานโรงแรมและฝ่ายทรัพยากรบุคคลในภาคบริการที่สามารถนำหลักการ Active Listening ไปใช้สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสารและดูแลสุขภาพจิตของพนักงาน ขณะเดียวกัน ผู้จัดงานสามารถนำรูปแบบการจัด workshop ทั้ง 3 เครื่องมือและการชมงานศิลปะไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมหรือพัฒนาความสัมพันธ์ในองค์กร ส่วนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปสามารถนำวิธีการรับฟังโดยไม่ตัดสินไปใช้ดูแลใจคนใกล้ตัวในชีวิตประจำวันได้ทันที

เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ Thai-PR.com จากข่าวประชาสัมพันธ์ของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ