ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ โรงแรม ท่องเที่ยว MICE แพ็กเกจลงข่าว · ส่งข่าวฟรี · เข้าระบบ ไทย EN
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
โรงแรม ท่องเที่ยว MICE ประชุมสัมมนา อาหารและร้านอาหาร อีเวนต์ ธุรกิจการตลาด การเงินการธนาคาร เทคโนโลยี สุขภาพความงาม ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา

KTC เผยตลาดวิ่งไทยปี 2569 แตะ 32,000 ล้านบาท ชี้ 3 ปัจจัยสร้างลูกค้าประจำ

บัตรกรุงไทยเผยตลาดวิ่งไทยปี 2569 มีมูลค่าเกือบ 32,000 ล้านบาท แนะผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาไทยชูความคุ้มค่า สมรรถนะ และความผูกพันเพื่อสร้างลูกค้าประจำ

KTC เผยตลาดวิ่งไทยปี 2569 แตะ 32,000 ล้านบาท ชี้ 3 ปัจจัยสร้างลูกค้าประจำ

บัตรกรุงไทย หรือ KTC เปิดเผยบทวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจการวิ่งของไทยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดยชี้ว่าการวิ่งได้เติบโตเป็น Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมโยงสินค้า บริการ การเดินทาง และชุมชนผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน ข้อมูลจากสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปี 2569 ระบุว่าอุตสาหกรรมงานวิ่งทั่วไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 32,000 ล้านบาทต่อปี จากงานวิ่ง 600 ถึง 1,800 รายการ ที่มีนักวิ่งหมุนเวียน 2 ถึง 6 ล้านคนต่อปี ผู้ผลิตสินค้ากีฬาไทยจึงต้องมุ่งพัฒนาความคุ้มค่า สมรรถนะ และความผูกพัน เพื่อเปลี่ยนผู้ซื้อหน้าใหม่ให้เป็นลูกค้าประจำในระยะยาว

ภาพรวมตลาดอุปกรณ์วิ่งและพฤติกรรมการใช้จ่ายปี 2569

รายงาน Thailand Running Gear Market ช่วงปี 2569 ถึง 2577 โดย IMARC Group ประเมินว่าตลาดอุปกรณ์วิ่งในไทยมีมูลค่าราว 6,500 ล้านบาท ซึ่งรองเท้าวิ่งครองสัดส่วนสูงสุดที่ 42% ของตลาดรวม ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของ KTC ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ที่หมวดกีฬาและ fitness เติบโตขึ้น 12% นอกจากนี้ กลุ่มสมาชิก KTC SPORT ที่มีมากกว่า 14,000 คน ยังขยายตัวต่อเนื่องตามการใช้จ่ายที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ การเดินทาง และประสบการณ์รอบด้าน

รายละเอียดข้อมูล
วันที่เผยแพร่ข้อมูล3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14:13 น.
พื้นที่จัดงานวิ่งทั่วประเทศไทย ประมาณ 600 ถึง 1,800 รายการต่อปี
มูลค่าเศรษฐกิจงานวิ่งเกือบ 32,000 ล้านบาทต่อปี นักวิ่งหมุนเวียน 2 ถึง 6 ล้านคน
มูลค่าตลาดอุปกรณ์วิ่งประมาณ 6,500 ล้านบาท รองเท้าวิ่งครองสัดส่วน 42%
ราคารองเท้าวิ่งเริ่มต้นไม่เกิน 2,000 บาท สำหรับรุ่น Pan Equiptech+

เจาะลึก 3 ปัจจัยมัดใจนักวิ่งจากผู้ซื้อใหม่สู่ลูกค้าประจำ

การเติบโตของตลาดในระยะต่อไปมาจากกลุ่มผู้ที่กำลังเลือกซื้อรองเท้าวิ่งคู่แรก ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสินค้ากีฬาไทยเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น อัสนีพล เชาว์รัศมีกุล เจ้าของ page วิ่งไหนกัน ปั่นไหนดี ที่มีผู้ติดตาม 254,000 บัญชี และผ่านการทดสอบรองเท้าวิ่งกว่า 300 คู่ มองว่าผู้ผลิตไทยได้เปรียบเรื่องราคา เช่นรุ่น Pan Equiptech+ ในราคาไม่เกิน 2,000 บาท ที่ตอบโจทย์ผู้เริ่มต้นได้ดี อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าในมุมมองผู้บริโภคยุคใหม่คือการตัดสินใจที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด ตั้งแต่การเลือกขนาด การทดลองสวม การเปลี่ยนสินค้า ไปจนถึงการรับคำแนะนำจากร้านค้าอย่าง Supersports, REV Runnr, Run2Paradise และ Avarin ที่ช่วยคัดกรองทางเลือกอย่างเหมาะสม

เมื่อนักวิ่งเริ่มจริงจังมากขึ้น การเปรียบเทียบจะมุ่งไปที่สมรรถนะการใช้งานจริง ทั้งน้ำหนัก ความนุ่ม การตอบสนอง การยึดเกาะ และความทนทาน โดยเทียบเคียงกับมาตรฐานระดับโลก ข้อได้เปรียบของผู้ผลิตไทยคือความใกล้ชิดกับผู้ใช้ที่ช่วยให้รับฟังความเห็นและพัฒนาสินค้าได้รวดเร็วกว่าองค์กรใหญ่ ควบคู่ไปกับการสร้างความผูกพันผ่านกิจกรรม Community Run และการเปิดพื้นที่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วม ซึ่งช่วยเปลี่ยนผู้ซื้อให้เป็นผู้สนับสนุนอย่างยั่งยืนตามมุมมองของ KTC

โอกาสของผู้จัดงาน คนทำงานโรงแรม และนักท่องเที่ยว

ข้อมูลชุดนี้เป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้จัดงานและคนทำงานโรงแรมที่สามารถนำแนวโน้มงานวิ่ง 600 ถึง 1,800 รายการทั่วประเทศ ไปออกแบบบริการที่พักและการเดินทางเพื่อรองรับนักวิ่ง 2 ถึง 6 ล้านคนต่อปี ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวสายกิจกรรมและผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์วิ่งยังสามารถนำหลักการประเมินความคุ้มค่าและสมรรถนะไปใช้เลือกซื้อสินค้าที่เหมาะสมกับตนเองได้อีกด้วย

เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ Thai-PR.com จากข่าวประชาสัมพันธ์ของ บัตรกรุงไทย ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ