ศูนย์รวมข่าวประชาสัมพันธ์ โรงแรม ท่องเที่ยว MICE แพ็กเกจลงข่าว · ส่งข่าวฟรี · เข้าระบบ ไทย EN
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
โรงแรม ท่องเที่ยว MICE ประชุมสัมมนา อาหารและร้านอาหาร อีเวนต์ ธุรกิจการตลาด การเงินการธนาคาร เทคโนโลยี สุขภาพความงาม ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา

เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ลงทะเบียนล้านครัวเรือน โอนสำเร็จหมื่นกว่า เช็ก 4 สาเหตุตัดสิทธิ์

เปิด 4 สาเหตุหลักที่ทำให้คำร้องขอเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ไม่ผ่านการตรวจสอบ พร้อมวิธีแก้ไขก่อนหมดสิทธิ์รับเงิน

เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ลงทะเบียนล้านครัวเรือน โอนสำเร็จหมื่นกว่า เช็ก 4 สาเหตุตัดสิทธิ์

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับธนาคารออมสิน รายงานความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ว่ามีประชาชนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้วกว่า 1,422,167 ครัวเรือน ครอบคลุมเหตุน้ำท่วมระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2569 ใน 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร แต่ยอดที่โอนเงินสำเร็จจริงกลับมีเพียง 36,899 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวม 302 ล้านบาทเท่านั้น ตัวเลขที่ห่างกันมากขนาดนี้ไม่ได้เกิดจากความล่าช้าของระบบเพียงอย่างเดียว แต่มีคำร้องจำนวนไม่น้อยที่ถูกตัดสิทธิ์ตั้งแต่ขั้นตอนตรวจสอบโดยผู้ยื่นเองก็ไม่รู้ตัว

เกณฑ์จ่ายเงินเยียวยา 4 กรณี

มาตรการนี้กำหนดให้ช่วยเหลือได้ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือนเท่านั้น โดยจำนวนเงินแบ่งตามลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ดังตารางต่อไปนี้

รายละเอียดข้อมูล
ช่วงเหตุน้ำท่วมที่เข้าเกณฑ์15 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2569
พื้นที่ครอบคลุม65 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร
หน่วยงานดำเนินการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับธนาคารออมสิน
ผู้ลงทะเบียน (ข้อมูล 8 ต.ค. 2569)1,422,167 ครัวเรือน
โอนสำเร็จ (ข้อมูล 10 ต.ค. 2569)36,899 ครัวเรือน วงเงิน 302 ล้านบาท
กรณีที่ 1 น้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน มีทรัพย์สินเสียหาย9,000 บาท
กรณีที่ 2 น้ำท่วมขังต่อเนื่องเกิน 7 วัน9,000 บาท
กรณีที่ 3 บ้านถูกน้ำล้อมรอบเกิน 7 วัน5,000 บาท
กรณีที่ 4 พักอาคารสูง น้ำไม่ถึงที่พักแต่กระทบการใช้ชีวิตเกิน 7 วัน5,000 บาท
ช่องทางตรวจสอบสถานะอย่างเป็นทางการแอปพลิเคชันทางรัฐ และช่องทางของ ปภ.

4 สาเหตุที่ทำให้คำร้องไม่ผ่าน

สาเหตุแรกและพบมากที่สุดคือยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน ทำให้แม้คำร้องผ่านการตรวจสอบแล้วก็โอนเงินเข้าบัญชีไม่ได้ สาเหตุที่สองคือบ้านที่ยื่นไม่ใช่ที่อยู่อาศัยประจำ เช่น บ้านพักตากอากาศหรือบ้านหลังที่สอง ขณะที่ผู้เช่าห้องหรืออพาร์ตเมนต์ยังมีสิทธิ์รับเงินได้หากเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าพักอาศัยจริงและน้ำท่วมจริง

สาเหตุที่สามคือกรอกข้อมูลจังหวัด อำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผิดพลาด ทำให้ระบบตรวจไม่พบว่าที่ตั้งบ้านอยู่ในเขตประสบภัย ส่วนสาเหตุที่สี่คือสถานการณ์น้ำท่วมไม่เข้าเกณฑ์ใดเลย เช่น น้ำท่วมไม่ถึง 7 วันและไม่มีหลักฐานทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งจะไม่เข้าเงื่อนไขทั้ง 4 กรณีตามมติคณะรัฐมนตรี

ยังพอแก้ไขได้ไหม

ผู้ที่ตรวจพบว่าติดปัญหาใดปัญหาหนึ่งยังมีทางแก้ ผู้ที่ยังไม่ผูกพร้อมเพย์สามารถไปติดต่อธนาคารเพื่อผูกบัญชีกับเลขบัตรประชาชนได้ทันที ส่วนผู้ที่กรอกพื้นที่ผิดต้องติดต่อสำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขอแก้ไขข้อมูล และผู้ที่น้ำท่วมไม่ถึงเกณฑ์ควรรวบรวมหลักฐานภาพถ่ายความเสียหายเพื่อยื่นอุทธรณ์กับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งนี้ห้ามยื่นคำร้องใหม่โดยไม่แจ้งยกเลิกคำร้องเดิม เพราะระบบจะมองว่าเป็นการยื่นซ้ำและตัดสิทธิ์ทั้งหมด

ปภ. ยังเตือนให้ประชาชนระวังลิงก์ปลอมที่อ้างว่าช่วยตรวจสถานะหรือเร่งการโอนเงินได้ หากพบลิงก์ต้องสงสัยที่ขอข้อมูลส่วนตัวหรือเลขบัญชี ให้หยุดทำรายการและแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที ส่วนผู้ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงินไม่ต้องยื่นคำร้องใหม่ เพียงรอรอบโอนถัดไปที่ธนาคารออมสินทยอยดำเนินการ

ข่าวนี้มีประโยชน์กับผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่ประสบภัยที่ต้องดูแลพนักงานซึ่งอาจได้รับผลกระทบ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ควรตรวจสอบสถานะและแก้ไขข้อมูลให้ครบถ้วนโดยเร็ว

เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ Thai-PR.com จากข่าวประชาสัมพันธ์ของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ