กรมอนามัยแนะหลัก 5 ล. รับเทศกาลกินเจปี 2569 เน้นอาหารสะอาดลดเสี่ยง NCDs
ต้อนรับเทศกาลกินเจและเทศกาลในกรุงเทพปี 2569 กรมอนามัยชวนปรับพฤติกรรมก่อนเริ่มกินเจ พร้อมแนะหลัก 5 ล. เพื่อสุขภาพที่ดีและห่างไกลโรค NCDs
กรมอนามัยออกประกาศเชิญชวนประชาชนเตรียมความพร้อมร่างกายก่อนเข้าสู่เทศกาลกินเจประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 ถึง 18 ตุลาคมนี้ นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพในช่วงเวลาดังกล่าว โดยแนะนำให้ประชาชนนำหลักปฏิบัติ 5 ล. มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเคร่งครัด เป้าหมายหลักของการรณรงค์ครั้งนี้คือการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ได้รับสารอาหารครบถ้วน และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค NCDs ซึ่งมักจะแฝงมากับเมนูอาหารเจที่มีปริมาณแป้ง ไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูงกว่าปกติ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| เทศกาลกินเจ | 10 ถึง 18 ตุลาคม 2569 |
| วันล้างมือโลก | 15 ตุลาคม 2569 |
| หน่วยงานที่ให้คำแนะนำ | กรมอนามัย |
การเตรียมตัวและหลักปฏิบัติเพื่อสุขภาพที่ดี
การเตรียมความพร้อมของร่างกายควรเริ่มต้นก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลประมาณ 2 ถึง 3 วัน โดยประชาชนสามารถเริ่มต้นได้จากการเพิ่มปริมาณผักและลดปริมาณเนื้อสัตว์ในมื้ออาหาร เพื่อให้ระบบย่อยอาหารสามารถปรับสภาพได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป สำหรับหลักปฏิบัติตาม campaign 5 ล. ที่กรมอนามัยแนะนำนั้น ข้อแรกเริ่มต้นจากการเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ สะอาด และปลอดภัย โดยควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาลอาหารระดับ SAN และระดับ SAN Plus เพื่อสร้างความมั่นใจตั้งแต่กระบวนการต้นทาง ข้อที่สองคือการล้างผักและผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนนำมาประกอบอาหารหรือรับประทานสด
การล้างทำความสะอาดผักผลไม้นั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเปิดน้ำไหลผ่านซึ่งจะช่วยลดสารตกค้างได้ร้อยละ 25 ถึง 65 การใช้ผงฟูหรือ baking soda ซึ่งสามารถลดสารตกค้างได้สูงถึงร้อยละ 90 ถึง 95 รวมถึงการใช้น้ำส้มสายชูที่ช่วยกำจัดสารตกค้างได้ร้อยละ 60 ถึง 84 พร้อมกับกำจัดไข่พยาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อที่สามคือการล้างมือให้ถูกวิธีด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง โดยเฉพาะก่อนการปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังจากการเข้าห้องน้ำ ซึ่งแนวปฏิบัตินี้ยังสอดคล้องกับวันล้างมือโลกซึ่งตรงกับวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปีอีกด้วย
ข้อที่สี่คือการเลี่ยงเมนูอาหารเจที่มีแป้งและไขมันสูง เลี่ยงการบริโภคอาหารทอดและอาหารแปรรูปทุกชนิด โดยแนะนำให้หันมาเลือกรับสารอาหารประเภท protein จากพืช เช่น เต้าหู้ ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบเขียวเข้มซึ่งเป็นแหล่งธาตุเหล็กชั้นดี พร้อมกับการรับประทานผลไม้หลากหลายสีเพื่อให้ได้รับ vitamin และแร่ธาตุอย่างครบถ้วน ข้อสุดท้ายคือการลดรสหวาน รสมัน และรสเค็มจัด โดยหันมาเลือกเมนูที่ผ่านกระบวนการปรุงด้วยการนึ่ง ต้ม ยำ หรือตุ๋น แทนการผัดที่ต้องใช้น้ำมันในปริมาณมหาศาล เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่สมดุลและลดปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs
สร้างสุขนิสัยที่ยั่งยืนหลังจบเทศกาล
นอกเหนือจากการดูแลตนเองในช่วงเทศกาลกินเจแล้ว กรมอนามัยยังสนับสนุนให้ประชาชนทุกคนพกพาสุขนิสัยที่ดีเหล่านี้ไปใช้จริงในการดำเนินชีวิตตลอดทั้งปี การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุกใหม่ รับประทานอาหารขณะร้อน ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานร่วมกับผู้อื่น และหมั่นทำความสะอาดมืออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยแต่ทำอย่างต่อเนื่องนี้คือหัวใจสำคัญในการลดอัตราการเกิดโรค NCDs ในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลข่าวสารนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับพนักงานโรงแรมและผู้จัดงาน event ที่ต้องการออกแบบเมนูอาหารเจเพื่อสุขภาพสำหรับรองรับลูกค้า รวมถึงประชาชนทั่วไปที่กำลังมองหาคำแนะนำในการบริโภคอาหารเจอย่างปลอดภัยและได้มาตรฐาน การเตรียมพร้อมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นเทศกาลนี้ไปด้วยความอิ่มเอมใจและมีพลานามัยที่สมบูรณ์