เปิดตัวลำโพงพกพา CMF Speaker S ราคา 2,699 บาท เทียบกับ JBL Go 4 ในไทย
CMF by Nothing เปิดตัวลำโพงพกพา CMF Speaker S ในไทยราคา 2,699 บาท พร้อมเทียบความคุ้มค่ากับ JBL Go 4 และ Marshall Emberton III ตามรูปแบบการใช้งานจริง
CMF by Nothing เปิดตัวลำโพงพกพา CMF Speaker S และ CMF Speaker M ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 และวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ในราคาเริ่มต้น 2,699 บาท เพื่อรุกตลาดเครื่องเสียงพกพาระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางช่วงปลายปี 2569 การเปิดตัวดังกล่าวทำให้เกิดการเปรียบเทียบความคุ้มค่าในงบประมาณไม่เกิน 3,000 บาทกับ JBL Go 4 ราคา 1,990 บาท โดยมี Marshall Emberton III ราคา 7,690 บาท เป็นเพดานอ้างอิงมาตรฐานเสียงระดับสูง ผู้ใช้งานสามารถเทียบข้อมูลทางเทคนิคและประสิทธิภาพเสียงของทั้ง 3 รุ่นตามพื้นที่ใช้งานจริงตั้งแต่โต๊ะทำงาน ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงพื้นที่กลางแจ้ง
ข้อมูลการเปิดตัวและตารางเปรียบเทียบราคาในประเทศไทย
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| กำหนดการในไทย | เปิดตัววันที่ 12 ตุลาคม 2569 และวางจำหน่ายวันที่ 15 ตุลาคม 2569 |
| CMF Speaker S | ราคา 2,699 บาท, กำลังขับ 10W RMS, battery 18 ชั่วโมง, Bluetooth 6.0, มาตรฐาน IP68, น้ำหนัก 334 กรัม |
| JBL Go 4 | ราคา 1,990 บาท, กำลังขับ 4.2W RMS, battery 7 ชั่วโมง, Bluetooth 5.3, มาตรฐาน IP67, น้ำหนักไม่ถึง 200 กรัม |
| Marshall Emberton III | ราคา 7,690 บาท, กำลังขับ 10W พร้อม passive radiator 2 ตัว, battery มากกว่า 32 ชั่วโมง, Bluetooth 5.3, มาตรฐาน IP67, น้ำหนัก 670 กรัม |
เปรียบเทียบคุณภาพเสียงตามพื้นที่ใช้งานจริง 3 รูปแบบ
สำหรับการฟังระยะใกล้ประมาณ 1 เมตรบนโต๊ะทำงานหรือในห้องนอนเพื่อเปิดเพลง Lo-fi และรายการ podcast รุ่น JBL Go 4 ให้ความคล่องตัวสูงสุดด้วยขนาดเล็กกว่าฝ่ามือและมี clip เกี่ยวขอบโต๊ะ กำลังขับ 4.2W RMS เพียงพอต่อการเปิดสุดระดับเสียงในห้องนอนโดยไม่เพี้ยนแม้ battery จะใช้งานได้ 7 ชั่วโมง ส่วน CMF Speaker S ใช้ driver ขนาด 45mm เท่ากันแต่มีกำลังขับ 10W RMS พร้อมระบบ Wide Soundstage, Ultra Bass และ Custom EQ จึงให้มิติเสียงที่กว้างกว่าและรองรับงานสังสรรค์ในห้องนั่งเล่นสำหรับกลุ่มเพื่อน 4 ถึง 5 คนได้ดีในงบไม่เกิน 3,000 บาท ทั้งนี้หากต้องการเสียงที่ครอบคลุมทุกมุมห้อง Marshall Emberton III ยังคงเหนือกว่าด้วยโครงสร้างเสียงรอบทิศทาง omnidirectional ที่ให้ความดังสูงสุด 90 dB SPL ในระยะ 1 เมตร
ด้านการใช้งานกลางแจ้ง ริมสระน้ำ หรือเดินทางท่องเที่ยว CMF Speaker S ได้เปรียบด้วยมาตรฐาน IP68 ที่ทนน้ำลึก 1.5 เมตรได้นาน 30 นาที ซึ่งสูงกว่ามาตรฐาน IP67 ของอีก 2 รุ่นที่รองรับน้ำลึก 1 เมตรนาน 30 นาที นอกจากนี้ CMF Speaker S ยังใช้งานได้นาน 18 ชั่วโมงและรองรับการ charge เร่งด่วน 10 นาทีเพื่อฟังต่อได้อีก 1 ชั่วโมง ขณะที่ JBL Go 4 มีจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบาและใส่ช่องวางแก้วในรถยนต์ได้พอดีแม้จะมีข้อจำกัดเรื่องพลังงานเมื่อใช้งานตลอดวัน
จุดเด่นด้านการออกแบบและแนวทางเลือกรุ่นที่คุ้มค่า
ความโดดเด่นของ CMF Speaker S คือการรองรับ Bluetooth 6.0 ระยะเชื่อมต่อไกลกว่า 100 เมตร ระบบแตะเชื่อมต่อ NFC การเชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกัน และระบบ USB-C lossless audio ความหน่วงต่ำกว่า 60ms สำหรับรับชม video โดยเสียงไม่เหลื่อมกับภาพ ตัวเครื่องทรงกล่องนมขนาด 130.5 x 85 x 44 mm ถอดเปลี่ยนแผงหน้าและปุ่มหมุนได้ 4 สี ได้แก่ ขาว เทาเข้ม ส้ม และเขียว รวมถึงรองรับชิ้นส่วนจากการพิมพ์ 3 มิติ พร้อมระบบ Night Mode และ Auracast Party Mode สำหรับพ่วงลำโพงหลายตัว ส่วน Marshall Emberton III มาพร้อม Class D amplifier ขนาด 2x38W ตอบสนองความถี่ 65Hz ถึง 20kHz รองรับ Bluetooth LE Audio พร้อม Auracast และประจุไฟ 20 นาทีเพื่อใช้งานได้ 6 ชั่วโมง
ข้อมูลเปรียบเทียบลำโพงพกพาครั้งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาอุปกรณ์ฟังเพลงกันน้ำขนาดกะทัดรัดสำหรับการเดินทางพักผ่อน ตลอดจนคนทำงานโรงแรมและผู้จัดงานที่ต้องการลำโพงพกพาเชื่อมต่อหลายตัวผ่าน Auracast เพื่อสร้างบรรยากาศในพื้นที่รับรองหรือกิจกรรมกลุ่มย่อย ผู้ที่เน้นขนาดเล็กในราคาประหยัดสามารถเลือก JBL Go 4 ส่วนผู้ที่ต้องการความคุ้มค่ารอบด้านในงบไม่เกิน 3,000 บาทเหมาะกับ CMF Speaker S และผู้ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับสูงสำหรับพื้นที่กว้างสามารถเลือก Marshall Emberton III ได้ตามความต้องการ