จุฬาฯ เปิดศูนย์กันก่อนท่วม ชี้เทรนด์เสี่ยงน้ำท่วมและวิธีรับมือ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงานให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงด้านน้ำ เพื่อให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม MICE ประเทศไทย เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
ศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน Exclusive Media Briefing & Water Lab Visit ภายใต้ชื่อ THE WATER WAKE-UP CALL เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลสถานการณ์และแนวโน้มความเสี่ยงด้านน้ำของประเทศไทยอย่างเจาะลึก โดยมีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับประเทศมาร่วมให้ความรู้แก่สื่อมวลชนจำนวนมาก การจัดงานครั้งนี้มุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่องาน | Exclusive Media Briefing & Water Lab Visit THE WATER WAKE-UP CALL |
| วันที่ | 7 ตุลาคม 2569 |
| สถานที่ | คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
ปรับกลยุทธ์รับมือความเสี่ยงด้านน้ำ
การเสวนาในหัวข้อ WAKE UP TO WATER ประเทศไทยต้องตื่นตัวเรื่องน้ำอย่างไร เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านน้ำที่ทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของสังคมเมืองอย่างรวดเร็ว ปัญหาที่พบในปัจจุบันมีตั้งแต่น้ำท่วมฉับพลัน น้ำทะเลหนุน ไปจนถึงภาวะฝนตกหนักและฝนทิ้งช่วง ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการประเมินความเสี่ยงไม่อาจดูแค่ปริมาณฝนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองให้รอบด้าน ทั้งระดับน้ำต้นทาง ระดับน้ำปลายทาง รวมถึงศักยภาพในการรองรับและระบายน้ำของแต่ละพื้นที่แบบองค์รวม
รูปแบบของภัยพิบัติทางน้ำในปัจจุบันมีความแตกต่างจากเหตุการณ์ในอดีตอย่างเห็นได้ชัด ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปรับระบบการบริหารจัดการน้ำให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อสถานการณ์ ระบบบริหารจัดการน้ำยุคใหม่ต้องครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเก็บกัก การหน่วงน้ำ การระบาย ไปจนถึงการสำรองน้ำไว้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องยกระดับการใช้ข้อมูลแบบบูรณาการผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกัน การมีระบบเตือนภัยและการสื่อสารที่รวดเร็วจะช่วยให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐสามารถตัดสินใจรับมือกับวิกฤตน้ำได้ก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง
เดินหน้าแผนระดับชาติและงานวิจัยน้ำ
ศูนย์กันก่อนท่วมก่อตั้งขึ้นในปี 2568 เพื่อเป็นแกนหลักในการผลักดันการจัดการน้ำให้เป็นวาระสำคัญในทุกระดับ ทั้งระดับชาติ ชุมชน และเพื่ออนาคต ภารกิจหลักของศูนย์คือการใช้วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มาวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ทำนายสถานการณ์น้ำ และสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายนักวิชาการระดับโลกอย่าง MIT เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป้าหมายสำคัญอีกประการคือการสร้างชุมชนเข้มแข็งหรือ Smart Community ที่ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ สามารถประเมินความเสี่ยงและจัดการน้ำในพื้นที่ของตนเองได้อย่างยั่งยืน
นอกจากช่วงการเสวนาแล้ว ภายในงานยังมีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าชมห้องปฏิบัติการทดลองแหล่งน้ำที่จำลองสถานการณ์น้ำในรูปแบบต่างๆ การเข้าชม Water Simulation ทำให้เห็นภาพนวัตกรรมการจัดการและลดความเสี่ยงของน้ำอย่างชัดเจน ผู้เข้าร่วมงานยังได้ศึกษา Lab ทะเล ที่ทดลองลดพลังคลื่นด้วยโกงกางเทียมเพื่อป้องกันแนวชายฝั่งจากการกัดเซาะ รวมถึงการเยี่ยมชม Lab น้ำผิวดิน ที่ใช้เทคนิค PIV ศึกษาความเร็วการไหลและการกระจายตัวของตะกอน ปิดท้ายด้วยการทำความรู้จักกับ Isotope Hydrology หรือลายนิ้วมือของน้ำ ที่ช่วยสืบหาแหล่งกำเนิดเพื่อนำไปใช้วางแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว
ข่าวความเคลื่อนไหวด้านการบริหารจัดการน้ำนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารโรงแรม ผู้จัดงานอีเวนต์ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัยจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผนประเมินความเสี่ยงของสถานที่จัดงานได้ล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยลดผลกระทบทางธุรกิจและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เดินทางมาใช้บริการ