โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เปิดแนวทางตรวจและชะลอโรค Alzheimer ระยะแรกเฉพาะบุคคล
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ผสานแพทย์ 4 สาขาตรวจวินิจฉัยและชะลอโรค Alzheimer ระยะแรกด้วย Biomarkers พร้อมวางแผนดูแลรายบุคคลที่ชั้น 19 อาคาร A
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดแนวทางการตรวจวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมและโรค Alzheimer แบบองค์รวมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์โรคระบบประสาท ชั้น 19 อาคาร A เพื่อรองรับสังคมสูงวัยระดับสุดยอดของไทย การดำเนินงานนี้ผสานความเชี่ยวชาญของคณะแพทย์ 4 สาขา ได้แก่ ประสาทวิทยา จิตเวชผู้สูงอายุ เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และโภชนศาสตร์ เพื่อดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ระยะแรกถึงระยะยาว กระบวนการทั้งหมดเน้นการตรวจหาสาเหตุที่แม่นยำควบคู่กับการวางแผนรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวให้นานที่สุด
ข้อมูลสถิติระบุว่าทั่วโลกมีผู้มีภาวะสมองเสื่อมประมาณ 57 ล้านคน และมีผู้ป่วยใหม่เกือบ 10 ล้านคนต่อปี โดยโรค Alzheimer เป็นสาเหตุหลักถึง 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ สำหรับประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เผชิญภาวะสมองเสื่อมราว 800,000 ถึง 1,000,000 คน หรือคิดเป็น 6 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงอายุทั้งหมด การตรวจพบความผิดปกติและวางแผนดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการชะลอความเสื่อมของสมอง
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| สถานพยาบาล | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ |
| สถานที่ตั้ง | ศูนย์โรคระบบประสาท ชั้น 19 อาคาร A |
| วันที่เผยแพร่ | 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569 |
| สาขาแพทย์ที่ร่วมดูแล | ประสาทวิทยา, จิตเวชผู้สูงอายุ, เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ, โภชนศาสตร์ |
| เบอร์ติดต่อ | 02 066 8888 หรือ 1378 |
การตรวจวินิจฉัยความแม่นยำสูงและยารักษาในระยะเริ่มต้น
ผศ.นพ. ภรัณยู จูละยานนท์ แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยา ศูนย์โรคสมองเสื่อมและพฤติกรรมทางสมอง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าโรค Alzheimer เกิดจากความเสื่อมของสมองและการสะสมผิดปกติของ beta-amyloid ซึ่งพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุมากกว่าพันธุกรรม เนื่องจากอาการหลงลืมไม่ได้เกิดจากโรคนี้เสมอไป แพทย์จึงต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย และทดสอบความจำร่วมกับการตรวจ MRI สมองและตรวจเลือด ในบางกรณีจะใช้การตรวจ Amyloid PET Scan หรือ Blood-based Biomarkers เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยและวางแผนชะลอโรคตั้งแต่ระยะแรก
พญ. อุมามน พวงทอง แพทย์เฉพาะทางด้านสุขภาพจิตผู้สูงอายุ โรคความจำ และสมองเสื่อม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่าการรักษาปัจจุบันก้าวสู่การใช้ยากลุ่ม Disease-Modifying Therapy ที่มุ่งปรับเปลี่ยนพยาธิสภาพของโรคโดยตรง ยาต้าน amyloid นับเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยระยะเริ่มต้นที่ช่วยชะลอความเสื่อมของการรู้คิดและความจำโดยต้องผ่านการตรวจ Biomarkers ที่แม่นยำก่อนเริ่มยา ส่วนผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยากลุ่มนี้หรือมีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย ก้าวร้าว และซึมเศร้า แพทย์จะเน้นการหาสาเหตุและปรับสภาพแวดล้อมร่วมกับการใช้ยาบรรเทาอาการ
การดูแลต่อเนื่องแบบองค์รวมและโภชนาการบำรุงสมอง
พญ. ลิลลี่ ชัยสมพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์และเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่าการดูแลผู้ป่วยต้องประเมินรอบด้านทั้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ การเคลื่อนไหว ความสามารถในการทำกิจวัตร และความพร้อมของครอบครัว โรงพยาบาลจึงนำแนวคิด Integrated Care Model มาเชื่อมโยงคณะแพทย์ พยาบาลเฉพาะทาง เภสัชกร นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดเพื่อดูแลต่อเนื่องแบบ Continuum of Care แผนการรักษาแบบ Personalized Care จะถูกปรับตามระยะของโรคโดยเน้นการทำงานเป็นพันธมิตรร่วมกับครอบครัว
พญ. มรกต สุวรรณการ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์และโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แนะให้ติดตามภาวะน้ำหนักลดและปัญหาการเคี้ยวหรือการกลืนของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดพร้อมส่งเสริมอาหารรูปแบบ Mediterranean Diet ที่เน้นผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และไขมันดี อย่างไรก็ตามไม่มีอาหารหรือสารอาหารเสริมชนิดใดที่ป้องกันโรคได้แน่นอนจึงควรประเมินการเสริมสารอาหารเป็นรายบุคคล สำหรับประชาชนทั่วไปควรเริ่มป้องกันตั้งแต่วัยกลางคนด้วยการคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ควบคู่กับการงดบุหรี่ นอนหลับให้พอ ออกกำลังกาย เข้าสังคม และเรียนรู้ทักษะใหม่เช่นดนตรี ศิลปะ หรือภาษา
แนวทางการดูแลสุขภาพสมองแบบครบวงจรนี้เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคนทำงานโรงแรมและผู้จัดงานในการเตรียมความพร้อมต้อนรับผู้สูงอายุหรือจัดงานประชุมด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและครอบครัวที่กำลังมองหาสถานพยาบาลสำหรับตรวจคัดกรองและวางแผนดูแลผู้สูงวัยอย่างถูกวิธี