AIDS Healthcare Foundation (AHF) เสนอ 3 ข้อปฏิรูปหนี้โลก ดันงบสุขภาพการศึกษาประเทศกำลังพัฒนา
AHF เสนอ 3 แนวทางปฏิรูปหนี้สาธารณะโลก ช่วยประเทศกำลังพัฒนามีงบเพียงพอดูแลสุขภาพและการศึกษาประชาชน
มูลนิธิเอดส์ เฮลท์แคร์ (AIDS Healthcare Foundation หรือ AHF) จัดเวทีเสวนาภายใต้ campaign Freedom from Debt ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม เพื่อเสนอแนวทางปฏิรูประบบหนี้สาธารณะโลก 3 ข้อ ให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีงบประมาณเพียงพอสำหรับดูแลสุขภาพและการศึกษาของประชาชน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแสดงความเห็นในเวทีด้วย
AHF ระบุว่าขณะนี้ประชากรโลกราว 3,400 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด อาศัยอยู่ในประเทศที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยหนี้สาธารณะสูงกว่างบประมาณด้านสุขภาพหรือการศึกษา โดยในปี 2024 ประเทศเหล่านี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมกันสูงถึง 921,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากรายงาน A World of Debt 2025 ขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ UNCTAD
ไทยติดอันดับ 26 ของโลก ภาระหนี้สูงกว่างบสุขภาพ 3 เท่า
ข้อมูลจากรายงาน Country Debt Service Burdens 2024 ระบุว่าประเทศไทยมีหนี้สาธารณะสูงเป็นอันดับ 26 ของโลก อยู่ที่ 366,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66% ของ GDP ในปี 2025 ภาระการชำระหนี้ของไทยอยู่ที่ 61.25% ของรายได้รัฐบาล หรือ 12.50% ของ GDP ซึ่งสูงกว่างบประมาณด้านการศึกษาถึง 4.18 เท่า และสูงกว่างบประมาณด้านสาธารณสุขถึง 3.22 เท่า
ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคก็เผชิญสถานการณ์ใกล้เคียงกัน โดย สปป.ลาว มีภาระการชำระหนี้สูงถึง 99.75% ของรายได้รัฐบาล สูงกว่างบประมาณการศึกษา 8.08 เท่า และสูงกว่างบประมาณสาธารณสุข 9.08 เท่า ส่วนอินโดนีเซียมีภาระการชำระหนี้ 33.04% ของรายได้รัฐบาล สูงกว่างบประมาณการศึกษา 2.02 เท่า และสูงกว่างบประมาณสาธารณสุข 2.3 เท่า
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| วันที่จัดเสวนา | 16 ตุลาคม |
| สถานที่ | สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร |
| ผู้จัดงาน | มูลนิธิเอดส์ เฮลท์แคร์ (AIDS Healthcare Foundation หรือ AHF) |
| หนี้สาธารณะไทย | 366,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12.6 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 66% ของ GDP |
| ภาระชำระหนี้ไทย | 61.25% ของรายได้รัฐบาล หรือ 12.50% ของ GDP |
| ดอกเบี้ยหนี้สาธารณะโลกปี 2024 | 921,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
3 ข้อเสนอของ AHF เพื่อปฏิรูประบบหนี้
AHF เสนอแนวทาง 3 ข้อเพื่อผลักดันให้มีการกำหนดอัตราชำระหนี้ที่เป็นธรรมมากขึ้น ข้อแรกคือสนับสนุนการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมของกลุ่มประเทศผู้กู้ หรือ Borrowers' Forum ซึ่งเป็นแนวคิดที่เสนอในการประชุมกลุ่ม G20 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ข้อสองคือให้มีการพักชำระหนี้ในช่วงภาวะวิกฤต และข้อสามคือจัดเก็บเงินสมทบจากภาคธุรกิจ AI เพื่อนำมาช่วยลดข้อจำกัดทางการคลังของประเทศกำลังพัฒนา
นายสารัช ชิม ผู้อำนวยการ AHF สำนักงานภูมิภาคเอเชีย กล่าวในเวทีว่าวิกฤตหนี้โลกกำลังส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน หลายประเทศต้องเลือกระหว่างการชำระหนี้กับการลงทุนด้านสุขภาพหรือการศึกษา และยืนยันว่าหนี้สินทั่วโลกในปัจจุบันสูงกว่า GDP โลกถึง 235% ซึ่งสะท้อนว่าระบบการเงินโลกดึงทรัพยากรออกจากประเทศกำลังพัฒนามากกว่าการส่งเสริมการพัฒนา
อดีตนายกฯ ชี้ต้องระวังช่องโหว่ในการเรียกร้อง
ในเวทีเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่าการเรียกร้องความเป็นธรรมด้านหนี้ควรทำควบคู่กับความระมัดระวัง เนื่องจากบางประเทศอาจใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างโดยไม่มีเจตนาที่ดี จึงต้องมั่นใจว่าการรณรงค์นี้จะไม่เปิดช่องให้ประเทศที่ขาดธรรมาภิบาลนำงบประมาณไปใช้โดยไม่มีความรับผิดชอบ หรือก่อหนี้ที่พ่วงมาด้วยการทุจริต
เวทีเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อการขยายพื้นที่ทางการคลังเพื่อการพัฒนาด้านสุขภาพผ่านความเป็นธรรมทางหนี้สิน โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากหลายองค์กร ได้แก่ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการรณรงค์ของ AHF เจ้าหน้าที่นโยบายสุขภาพจากเครือข่ายความไม่เป็นธรรมทางภาษีแห่งแอฟริกา ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ และนักกลยุทธ์อาวุโสจาก Partner in Health
เนื้อหาเวทีเสวนานี้น่าสนใจสำหรับผู้จัดงานประชุมและสัมมนาด้านนโยบายสาธารณะ รวมถึงคนทำงานด้านสุขภาพและการศึกษาที่ต้องติดตามทิศทางงบประมาณประเทศ และผู้ที่สนใจประเด็นเศรษฐกิจระดับโลกที่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชาชนไทยในระยะยาว