Agoda ปักหมุด One Bangkok เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก จ้างงานกว่า 4,500 คน
Agoda ประกาศตั้งศูนย์กลางเทคโนโลยีและปฏิบัติการที่ One Bangkok พร้อมจ้างงานในไทยกว่า 4,500 คน รองรับตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
Agoda ผู้ให้บริการ platform จองแพ็กเกจที่พักออนไลน์ระดับโลก ประกาศให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและปฏิบัติการ หรือ Global Tech & Operations Hub ที่ใหญ่ที่สุดขององค์กรอย่างเป็นทางการ สำนักงานภูมิภาคแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ภายในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ One Bangkok ซึ่งใช้พื้นที่ทำงานมากถึงเจ็ดชั้น การขยายฐานธุรกิจระดับโลกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อศักยภาพของบุคลากรสายเทคโนโลยีในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้ซึ่งอยู่ภายใต้เครือ Booking Holdings มีพนักงานรวมมากกว่า 8,000 คนในหลากหลายประเทศทั่วโลก สำนักงานในกรุงเทพมหานครถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญที่มีพนักงานประจำอยู่มากกว่า 4,500 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนพนักงานองค์กรทั้งหมดทั่วโลก พนักงานกลุ่มนี้ประกอบด้วยคนไทยและบุคลากรชาวต่างชาติจากกว่า 80 ประเทศที่เดินทางเข้ามาทำงานร่วมกัน บุคลากรทักษะสูงเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา software การเขียน algorithm การวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน data science รวมไปถึงการประยุกต์ใช้งาน AI เพื่อยกระดับบริการบน platform ให้ตอบสนองนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น
การสนับสนุนจากภาครัฐและการผลักดัน ecosystem ด้านเทคโนโลยี
การตั้งสำนักงานระดับภูมิภาคของ Agoda ได้รับการสนับสนุนหลักจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในหมวดกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐได้ร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางานเพื่ออำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ขั้นตอนทั้งหมดถูกรวมไว้ที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคาร One Bangkok โดยตรง การลดขั้นตอนที่ซับซ้อนนี้ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศสามารถเดินทางเข้ามาทำงานและถ่ายทอดความรู้ให้กับทีมงานชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว
โครงการปั้น tech talent รุ่นใหม่สู่เวทีการทำงานระดับสากล
นอกจากการจ้างงานบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงแล้ว Agoda ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Tech Camp Day อย่างต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวเปิดรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศเข้ามาเรียนรู้การทำงานจริงในสายธุรกิจเทคโนโลยีโดยจัดขึ้นปีละสามครั้ง นอกจากนี้ยังมีโครงการฝึกงานที่เปิดรับนักศึกษากว่า 500 คนต่อปีจากหลากหลายสถาบัน โดยพบว่ามีนักศึกษาฝึกงานจำนวนกว่าร้อยละ 20 ที่ได้รับโอกาสเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำกับบริษัทหลังจบการศึกษาทันที
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรมองว่าการทำงานร่วมกับทีมงานนานาชาติจะช่วยเปิดมุมมองใหม่และยกระดับมาตรฐานการทำงานให้กับบุคลากรชาวไทย ประสบการณ์ที่ได้รับจากการแก้ปัญหาระดับโลกสามารถนำไปต่อยอดในการสร้าง startup หรือพัฒนาธุรกิจใหม่ในอุตสาหกรรมอื่นได้ในอนาคต การลงทุนเปิดศูนย์กลางเทคโนโลยีครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การสร้างตำแหน่งงานที่มีมูลค่าสูง แต่เป็นการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในระยะยาว
ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมดิจิทัล
ผลงานทางเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นจากสำนักงานในประเทศไทยแห่งนี้ จะถูกนำไปใช้งานจริงบน platform เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก การวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการเดินทางอย่างแม่นยำจะช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ยังช่วยให้การจัดการระบบจองห้องพักมีความรวดเร็วและปลอดภัย ตอบรับกับกระแสการเดินทางท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับไวในยุคดิจิทัล
เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมของการตั้งศูนย์กลางเทคโนโลยีในครั้งนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลตัวเลขที่สำคัญไว้ในตารางด้านล่าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดของการลงทุนและความมุ่งมั่นในการสร้างฐานปฏิบัติการในประเทศไทย
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| สถานที่ตั้งสำนักงาน | โครงการ One Bangkok กรุงเทพมหานคร |
| ขนาดพื้นที่ทำงาน | จำนวน 7 ชั้น พื้นที่รวมกว่า 30,000 ตารางเมตร |
| จำนวนพนักงานประจำในไทย | มากกว่า 4,500 คน |
| สัดส่วนพนักงาน | คนไทยมากกว่าร้อยละ 50 และต่างชาติจากกว่า 80 ประเทศ |
| การรองรับนักศึกษาฝึกงาน | มากกว่า 500 คนต่อปี |
ข่าวการลงทุนขยายสำนักงานของ Agoda นี้น่าจะมีความน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานสายเทคโนโลยี นักศึกษาที่กำลังมองหาสถานที่ฝึกงานระดับโลก รวมถึงคนทำงานโรงแรมและผู้จัดงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การมีศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสากลตั้งอยู่ในประเทศจะช่วยผลักดันให้เกิดเครื่องมือใหม่ๆ ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยได้อย่างยั่งยืน