แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยและ 10 ภาคีแนะวิธีสังเกตภาวะ ADHD ในวัยผู้ใหญ่
แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่ายเผยแนวทางสังเกตภาวะสมาธิสั้นในวัยผู้ใหญ่เพื่อช่วยให้คนวัยทำงานเข้าใจอาการและเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี
แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยร่วมกับกรุงเทพมหานครและองค์กรภาคีทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 10 แห่ง จัดงานเปิดหัวใจ เข้าใจสมาธิสั้น ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน เวลา 11:50 น. เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะสมาธิสั้นหรือ ADHD (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) ในวัยผู้ใหญ่ กิจกรรมนี้มุ่งถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์แก่สังคมเพื่อลดการตีตราหรือ stigma ที่มักตัดสินว่าปัญหาการทำงานไม่สำเร็จและการจัดการเวลาไม่ดีเกิดจากความขี้เกียจ การส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้ใหญ่ที่เผชิญอาการเหล่านี้กล้าเข้ารับการประเมินและเข้าสู่กระบวนการรักษาเพื่อดึงศักยภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตกลับมาได้อย่างเต็มที่
สถิติและอาการของภาวะสมาธิสั้นเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
ศ.เกียรติคุณ นพ.รณชัย คงสกนธ์ ประธานคณะทำงานส่งเสริมความเข้าใจโรคสมาธิสั้น ประเทศไทย ระบุว่าสังคมมักมองว่าภาวะสมาธิสั้นพบเฉพาะในเด็กซุกซนและจะหายเองเมื่อโตขึ้น แต่ความจริงอาการสามารถคงอยู่ต่อเนื่องถึงวัยผู้ใหญ่โดยเปลี่ยนรูปแบบไป ด้าน ศ.นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ ประธานราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นประมาณ 40 ถึง 50% จะยังมีอาการต่อเนื่องจนเป็นผู้ใหญ่ คิดเป็นประมาณ 3% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ อาการที่พบบ่อยในวัยทำงานได้แก่การขาดสมาธิระหว่างประชุม เริ่มงานได้แต่ทำไม่เสร็จ จัดลำดับความสำคัญได้ยาก ผลัดวันประกันพรุ่ง ลืมนัดหมาย รวมถึงหงุดหงิดง่ายจนกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด
สำหรับแนวทางการรักษาในปัจจุบันถือว่าได้ผลดีมาก โดยผู้ป่วยประมาณ 70 ถึง 80% ตอบสนองต่อการรักษาตั้งแต่ได้รับยาในระยะเริ่มต้น อย่างไรก็ตามอาการวอกแวกหรือจัดการงานไม่ได้อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ความเครียดสะสม การพักผ่อนน้อย หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน ผู้ที่สังเกตเห็นสัญญาณผิดปกติของตนเองจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนดูแลชีวิตได้อย่างเหมาะสม
แนวทางปรับตัวของวัยทำงานและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากสังคม
รศ.นพ.ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร ประธานชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย อธิบายว่าภาวะสมาธิสั้นส่งผลกระทบต่างกันตามวัย ตั้งแต่วัยเด็กที่กระทบการเรียน วัยรุ่นที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยง ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่กระทบการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ใหญ่ที่มีภาวะนี้จึงควรมีส่วนร่วมทำความเข้าใจอาการของตนเองและเรียนรู้วิธีปรับตัวแทนการตำหนิตนเอง ทั้งนี้ผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้นจำนวนมากยังมีจุดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และมุมมองแปลกใหม่ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดได้หากได้รับการรักษาและการยอมรับจากคนรอบข้าง
ในระดับครอบครัว ศ.นพ.วิฐารณ บุญสิทธิ รองประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำบทบาทผู้ปกครอง 2 ประการ คือการเข้าใจว่าอาการเกิดจากการทำงานของสมองที่บกพร่อง และการฝึกทักษะกำกับตนเองผ่านการจัดสภาพแวดล้อม การตั้งกติกา การแบ่งงานยากเป็นช่วงสั้น และการใช้กระดาษ Post-it ช่วยเตือนความจำ ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เน้นย้ำบทบาทของครูและสังคมในการสังเกตปัญหาและปรับการเรียนการสอนเพื่อไม่ให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สำหรับงานนี้เกิดจากความร่วมมือของ 10 องค์กร ได้แก่ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคเอกชนคือ True Digital Group, Unicharm (Thailand), Cartoon Club Media และ Takeda (Thailand)
สรุปข้อมูลงานสร้างความเข้าใจภาวะสมาธิสั้น
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่องาน | เปิดหัวใจ เข้าใจสมาธิสั้น ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริง (ปีที่ 2) |
| วันที่ | 3 พฤศจิกายน |
| เวลา | 11:50 น. |
| ความร่วมมือ | แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และองค์กรภาคีรวม 10 แห่ง |
ข่าวนี้มีความน่าสนใจสำหรับคนทำงานโรงแรมและผู้จัดงานที่ต้องบริหารจัดการเวลา จัดลำดับความสำคัญของงาน และเข้าร่วมประชุมประสานงานกับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง การเข้าใจภาวะสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ช่วยให้คนทำงานโรงแรมและผู้จัดงานสามารถสังเกตตนเองและดูแลเพื่อนร่วมงานเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงานและการบริการได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้คนทั่วไปและนักท่องเที่ยวยังสามารถนำวิธีการจัดระเบียบชีวิตและการวางแผนเวลาไปปรับใช้ในการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว